RSS

วิธีสู้ความโกรธในออฟฟิต

24 May

วันนี้ผมเครียดเรื่องงานครับ เพราะมีหลายเรื่องต้องตัดสินใจ และ ต้องทำให้จบในเวลาพร้อมๆกัน ไม่นับว่ายังมีประชุมที่ต้องเข้าทั้งวันรวมกัน 5 ชม. …. วันนี้ชีวิตรันทดมาก T^T

ทีนี้คงเครียดมากไปหน่อย ช่วงบ่ายๆก็เลยมีคนทักว่า วันนี้ดูเครียดมากเลยนะ ขนาดคนที่ไม่ค่อยคุยด้วยก็ยังทัก

ความเครียด เนี่ย ถือว่าเป็นพี่น้องตระกูลเดียวกันกับ ความโกรธ นะครับ สองตัวนี้อยู่ในตระกูลโทสะ

ทำทุกอย่างเสร็จตามเป้าหมดแล้วครับ พอกลับมาถึงบ้านก็คิดได้ว่า วันนี้พลาดไปนี่หว่า ขาดสติจนเครียดไปทั้งวัน ก็นึกขึ้นได้ครับ ว่าพระพรหมคุณาภรณ์ท่านเคยเขียนหนังสือเรื่อง “ทำอย่างไรจะหายโกรธ” ก็เลยกลับไปอ่านใหม่

พออ่านเสร็จก็อายตัวเองครับ … วันนี้ถือว่า ตกม้า … ก็เลยคิดว่า พิมพ์สรุปที่ท่านสอนไว้ดีกว่า เพื่อว่ามันจะได้เข้าไปในหัวบ้าง

………………………………………………………………

  1. นึกถึงข้อเสียของการเป็นคนมันโกรธ
    1. พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีเมตตา พวกเราก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นศิษย์ของท่าน
    2. คนโกรธก่อนเลวอยู่แล้ว เราหลงไปโกรธตอบ ถือว่าเลวยิ่งกว่า
    3. คนโกรธมา เราไม่โกรธตอบ ถือว่า ชนะสงครามที่ชนะได้ยาก
  2. พิจารณาโทษของความโกรธ
    1. คนขี้โกรธ ผิวจะไม่สวย นอนเป็นทุข์
    2. ตอนโกรธนั้น ทำอะไรก็ทำได้ (เพราะไม่ได้ยั้งคิด) แต่แล้วต้องมาทุกข์ใจภายหลัง
  3. นึกถึงความดีของคนที่เราโกรธ
    1. ลองนึกหาข้อดีของคู่กรณี
  4. พิจารณาว่าความโกรธคือการสร้างทุกข์ให้กับตัวเอง และ เป็นการลงโทษตัวเองให้สมใจศัตรู
    1. ศัตรูทำทุกข์ทางกายให้เราแล้ว ทำไมเราต้องมาสร้างทุข์ทางใจให้ตัวเอง
    2. เราโกรธแล้ว เค้าจะทุกข์ร้อนหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เราได้เบียดเบียนตัวเองแล้ว
  5. พิจารณาว่าสััตว์มีกรรมเป็นของตน
    1. ต่างคนก็มีกรรมเป็นของตัวเอง ใครทำอะไรไปก็รอรับกรรมที่ทำไว้ เราไม่ต้องไปทุกข์ร้อน
  6. พิจารณาพระจริยาวัตรในปางก่อนของพระพุทธเจ้า
    1. พระพุทธเจ้าในชาติก่อน เคยผ่านเรื่องที่ลำบากแสนสาหัสมาแล้ว ท่านก็ยังมีเมตตาได้ เราเป็นศิษย์ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำไมจะทนไม่ได้
    2. ลองไปหาอ่านอดีตชาติของพระพุทธเจ้าดูนะครับ เวลาโกรธจะได้นึกขึ้นมาได้ทัน (ตอนกำลังจะโกรธ คงไปหาอ่านไม่ได้ ^ ^)
  7. พิจารณาความเคยเกี่ยวข้องกันในสังสารวัฏ
    1. ในสังสารวัฏอันยาวนานนี้ เราทุกคนล้วนเคยเป็นญาติมีความเกี่ยวข้องสำพันธ์กันมา คิดแล้วก็มีเมตตาจิตต่อกัน ไม่ต้องอาฆาตกัน
  8. พิจารณาอานิสงส์ของเมตตา
    1. หลับเป็นสุข, ตื่นเป็นสุข, ไม่ฝันร้าย, คนทั้งหลายรัก, อมนุษย์ทั้งหลายรัก, เทวดาคุ้มครอง, ไฟ พิษ และ อาวุธไม่กล้ำกลาย, จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ไว, สีหน้าผ่องใส, ตายก็มีสติ, เมื่อไม่บรรลุคุณธรรมขั้นสูง ก็ย่อมไปสู่พรหมโลก
  9. พิจารณาโดยวิธีแยกธาตุ
    1. ข้อนี้เริ่มยากครับ เป็นหลักวิปัสนา … ใครทำได้ก็ทำครับ ^ ^”
  10. ปฏิบัติทาน คือ การให้สิ่งของ
    1. เอาของให้กับคู่กรณีเลยครับ สร้างมิตร พูดดีด้วย
    2. การแบ่งปัน สามารถระงับเวรที่ผูกกันมานานให้สงบได้

………………………………………………………………

ลองทำกันดูนะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์กับทุกท่าน อ่านเต็มๆได้ที่นี่ครับ ทำอย่างไรจะหายโกรธ
 
5 Comments

Posted by on May 24, 2012 in ธรรมะ

 

Tags: , ,

5 responses to “วิธีสู้ความโกรธในออฟฟิต

  1. Ann

    May 25, 2012 at 13:02

    แค่ 2A ก็หายโกรธแล้ว (อุตส่าห์ประทินผิวแทบตาย 555)

     
    • Anonymous

      May 25, 2012 at 19:40

      เห็นด้วยกับแอน ^^

       
  2. แก้ว

    May 25, 2012 at 13:25

    ขอบคุณค่ะ ที่เตือนสติ พยายามอย่างมากที่จะไม่โกรธ สติยังจับไม่ทัน

     
  3. Ann

    October 1, 2012 at 13:32

    สำหรับน้องๆที่เอาไปทำรายงาน มีที่สะกดผิดในนี้ด้วยนะคะ อย่าลืมแก้ก่อนส่งคุณครูล่ะ 😉

     
    • Trang Suwannasilp

      October 1, 2012 at 13:42

      กร๊ากกกก ….

      น้องๆก็ระวังตัวกันเองนะครับ พี่ขี้เกียจแก้ 😛

       

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: