RSS

แบบว่าเบื่อ! มีธรรมะแก้เบื่อมั้ย!

08 May

สารภาพเลยครับ ช่วงนี้บางครั้งผมก็รู้สึกขึ้นมาเฉยๆ ว่าเบื่อๆครับ เบื่อโน้นเบื่อนี้ รู้สึกว่าเขียนBlogแล้วมีความสุขกว่าทำอย่างอื่น

ก็รู้สึกผิดครับที่เบื่อ พยายามหาวิธีกระตุ้นตัวเองอยู่หลายวิธีครับ ก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง แต่ส่วนมากก็ดีขึ้นชั่วคราวแล้วก็เบื่ออีก … รู้ตัวเลยครับ ว่านี้เป็นการเบื่อด้วยโทสะ ต้องหาทางแก้ แต่จะแก้ยังไงหล่ะ ก็เล่นมาหลายวิธีแล้ว

เราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าครับ เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องไปปรึกษาท่าน ซึ่งคือค้นพระไตรปิฏก วันนี้ก็เลยไปลองๆค้นๆดูว่าไอ้อาการแบบนี้มันตรงกับธรรมอะไร ควรจะแก้ยังไง ก็พอได้ความดังนี้ครับ (เท่าที่ปัญญาผมจะหาเจอนะครับ)

………………………………………………………………….

อาการของผมมันเป็น เบื่อๆ เซ็งๆ คิดฟุ้งซ่าน ซึ่งมันไม่ใช่นิพพิทา แต่ผมก็เดาว่ามันน่าจะคือนิวรณ์บางตัวได้แก่ ถีนมิทธะ ความหดหู่ซึมเซา อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านและรำคาญ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

ผมก็เลยไปลองค้นๆดูว่า มีคำสอนเกี่ยวกับทางแก้เรื่องแบบนี้มั้ย ก็โชคดีไปเจอเข้าพอดีครับ แบบว่าดีใจมากๆๆเลยหล่ะครับ …. ลองอ่านกันดูนะครับ ว่าพระพุทธเจ้าสอนทางแก้ไว้อย่างไรบ้าง

p.s. คุณ STL ได้เมตตาอธิบายเพิ่มเติมในคอมเมนท์ด้านล่าง เรื่องวิธีแก้ถีนมินธะ ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ใน”อัคคิสูตร”… ตามลงไปอ่านด้านล่างนะครับ

………………………………………………………………….

นิวรณ์, นิวรณธรรม ธรรมที่กั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี, สิ่งที่ขัดขวางจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม มี ๕ อย่าง คือ

  1. กามฉันท์ พอใจในกามคุณ
  2. พยาบาท คิดร้ายผู้อื่น
  3. ถีนมิทธะ ความหดหู่ซึมเซา
  4. อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านและรำคาญ
  5. วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

………………………………………………………………….

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=10&i=273&p=4

 

…………………………………………………………………. 
ว่าแต่ ไอ้ที่ผมมาเขียนบล๊อกอยู่นี้เนี่ย … มันก็คือฟุ้งซ่านใช่มั้ยครับ😦

 
5 Comments

Posted by on May 8, 2012 in ธรรมะ

 

Tags: , , , , , ,

5 responses to “แบบว่าเบื่อ! มีธรรมะแก้เบื่อมั้ย!

  1. แก้ว

    May 8, 2012 at 21:10

    ถ้าหากฟุ้งซ่านแล้วมีข้อธรรมะ มาอธิบายเรื่อยๆแบบนี้ก็เห็นว่า น่าอนุโมทนาอยู่นะคะ

     
  2. STL

    May 8, 2012 at 23:22

    เมื่อถึงคราวเบื่อ หรือ จิตถูกโทสะที่ประกอบด้วยถีนมิทธะครอบงำ
    ที่ยกมาเป็นส่วนของ อรรถกถาจารย์ (ราว 1000 ปีหลังพุทธกาล) ได้จำแนกวิธีให้

    ทีนี้มาดู องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนบ้าง
    ปรากฏในเรื่อง โพชฌงค์ องค์แห่งการตื่นรู้ ที่ปรากฏใน พระไตรปิฏก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

    ——————————-
    ภิกษู! คราใดจิตมีถีนมิทะ
    ครานั้น ไม่ใช่เวลาเจริญ ความเย็นกาย (ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์)
    ไม่ใช่เวลาเจริญ สมาธิ (สมาธิสัมโพชฌงค์)
    ไม่ใช่เวลาเจริญ อุเบกขา (อุเบกขาสัมโพชฌงค์)

    เพราะอะไร? ก็เพราะ จิตที่มีถีนมิทะ ยากที่จะฟื้นขึ้นได้ด้วย ธรรมเหล่านั้น
    เปรียบเหมือน ผู้ที่ต้องการจะโหมไฟกองเล็กให้ลุกโพรง
    เขาเติมเชื้อเพลิงเข้าไป และได้สาดน้ำ กลบฝุ่นทรายลงไปในกองไฟด้วย
    จะไปโหมไฟกองเล็กให้ลุกโพรงได้ไหม? ( ภิกษูตอบ..ไม่ได้ )
    คราใดจิตมีถีนมิทะ ก็เช่นกัน

    แล้วพระองค์ก็ตรัสต่อว่า….

    คราใดจิตมีถีนมิทะ
    ครานั้น เป็นเวลาสำหรับเจริญ ธรรมวิจัย (ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์)
    เป็นเวลาเจริญ ความเพียร (วิริยะสัมโพชฌงค์)
    เป็นเวลาเจริญ ความแช่มชื่นใจ (ปีติสัมโพชฌงค์)

    เพราะอะไร? ก็เพราะ จิตที่มีถีนมิทะ ปลุกให้ฟื้นขึ้นได้ด้วย ธรรมเหล่านั้น
    เปรียบเหมือน ผู้ที่ต้องการจะโหมไฟกองเล็กให้ลุกโพรง

    เขาเติมเชื้อเพลิงเข้าไป และเป่าลมเข้า ไม่เอาฝุ่นทรายไปกลบกองไฟ
    จะไปโหมไฟกองเล็กให้ลุกโพรงได้ไหม? ( ภิกษูตอบ..ได้ )
    คราใดจิตมีถีนมิทะ ก็เช่นกัน

    …..(ย่อ)…. และสุดท้าย ในพระสูตรนี้ พระองค์ก็ตรัสว่า

    ส่วนสติ เรากล่าวว่า มีประโยชน์ทุกกรณี
    —————————————————-

    การที่ ยกธรรมขึ้นมาพิจารณา ก็ดี
    การที่ ลุกขึ้นไปเพียรภาวนา ก็ดี
    การที่ ยังใจให้แช่มชื่น ก็ดี
    และโดยประกอบ การเจริญให้ จิตมีสติอยู่

    นั่นแหละ เป็นเวลาแห่งการปลุก จิตให้ตื่น ยามจิตใจเกิดเบื่อหน่ายครอบงำครับ
    และเมื่อจิต มีความคึกคัก มีความแช่มชื่น มีกำลังดีแล้ว
    ธรรมใดๆ ที่เคยยกมาพิจารณาระหว่างที่จิตเบื่อๆ
    ก็ไม่ใช่คราวที่ต้องไปคว้ามาอีก
    จิตจะถึงความตั้งมั่นที่พอเหมาะต่อการตื่น ต่อสภาวะ
    จิตก็จะเห็นความเป็นไตรลักษณ์ต่อหน้าต่อตา ที่พอเหมาะพอดีต่อไปได้เองครับ

     
  3. STL

    May 8, 2012 at 23:31

    [ref]
    พระไตรปิฎกเล่ม 19 : อันเป็น พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 11 “สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค”
    ชื่อ พระสูตร : อัคคิสูตร

     
  4. Trang Suwannasilp

    May 9, 2012 at 09:02

    ขอบพระคุณคุณ STL มากเลยนะครับ 

    ธรรมะของพระพุทธเจ้าเนี่ย ผมว่าเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งนะครับ ที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดถึงโพชฌงค์เลยครับ หลังจากนี้ไปผมคงต้องเอาโพชฌงค์มาพิจารณาเพิ่มเติมให้มากขึ้นแล้วครับ 

    ขอบพระคุณมากเลยนะครับ

     
  5. ภูมิ

    May 10, 2012 at 16:04

    สาธุ สาธุ สาธุ _/|\_

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: