RSS

พุทธวิธีแก้ง่วง

25 Apr

ได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับเพื่อนๆ @chalinthorn  @taboo321 @aimbenja เรื่อง”วิธีแก้ง่วง” ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนแก่พระโมคคัลลานะครับ

ผมก็เลยบังเอิญได้ไปเจอ  สำนวนการแปลพระสูตรนี้โดยพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน (หนังสือ๔๕พรรษาของพระพุทธเจ้า) เห็นว่าน่าสนใจดี เลยเอามาให้อ่าน อีกอย่าง พระสูตรนี้มีรายละเอียดมากกว่า เรื่องวิธีแก้ง่วงด้วยนะครับ น่าสนใจมากๆๆกันครับ

*********************************************************************************************

โมคคัลลานสูตร http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=1873&Z=1938

พระโมคคัลลานะเมื่อบำเพ็ญเพียรอยู่ ณ กัลลวาลมุตตคาม นั้นได้นั่งโงกง่วงอยู่ พระพุทธเจ้้าได้ทรงทราบ ก็เสด็จไปประทานพระโอวาท ตรัสบอกอบุายแก้ง่วงต่างๆดังนี้

  1. เมื่อมนสิการคือทำไว้ในใจ ซึ่งสัญญาคือความกำหนดหมายในข้อใด เกิดความง่วงขึ้น ก็ให้ทำมนสิการสัญญาข้อนั้นให้มากขึ้น ***
  2. ตรึกตรองพิจารณาธรรมะที่ได้ฟังได้เรียนมาด้วยใจ
  3. ให้สาธยายคือท่องบ่นธรรมะโดยพิสดาร
  4. เอามือยอนหูทั้งสองข้าง หรือว่าลูบด้วยฝ่ามือ
  5. ลูบนัยน์ตาด้วยน้ำ เหลียวดูทิศ แหงนหน้าดูดาว
  6. มนสิการคือทำไว้ในใจ ซึ่งอาโลกสัญญา คือกำหนดความสว่างให้มีความสว่าง เหมือนกลางวัน อันปรากฏอยู่ในใจ ทำใจให้เปิด ไม่ให้ถูกห่อหุ้ม ให้สว่าง
  7. จงกรมคือเดินไปมา สำรวมอินทรีย์และสำรวมจิต ไม่คิดออกไปภายนอก
  8. ก็ให้นอน ที่เรียกว่าสำเร็จสีหะไสยา คือนอนตะแคงเบื้องขวา ไม่คิดทำความสุขในการนอน และตั้ง สติกำหนดจะตื่นขึ้น ลุกขึ้น

วิธีแก้ง่วงทั้ง ๘ ข้อนี้ตรัสสอนเป็นวิธีแก้เพื่อเลือกใช้ข้อใดข้อหนึ่ง จนในที่สุด เมื่อไม่สำเร็จ ก็ให้นอนทันที

เมื่อประทานวิธีแก้ง่วงแล้วก็ได้ตรัสโอวาทอีก ๓ ข้อคือ

  1. ไม่ควรชูงวงเข้าสกุล หมายความว่า ไม่ควรตั้งมานะว่าเราเป็นนั่นเป็นนี่ ที่เขา ต้องนับถือ เขาจะต้องต้อนรับเข้าไปสู่ประตู เพราะถ้าหากคนในตระกูลเขามีการ งานมากเขาไม่ได้ ใส่ใจถึงก็จะทำให้เกิดเก้อเขินคดิ ไปต่างๆ นาๆ เกิดความฟุ้งซ่านจิตเลยไม่สำรวมจะห่างจากสมาธิ
  2. ไม่พูดคำที่เป็นเหตุโต้เถียงกันคือผิดกัน เพราะจะต้องพูดมาก ทำให้ฟุ้งซ่าน ทำให้จิตไม่สำรวม และห่างจากสมาธิได้เช่นเดียวกัน
  3. พระองค์ทรงติการคลุกคลี แต่ว่ามิใช่ติไปทุกอย่าง สรรเสริญก็มี คือทรงติ ไม่สรรเสริญการคลุกคลีด้วยหมู่ชน แต่ว่าทรงสรรเสริญการคลุกคลีด้วยเสนาสนะอันสงัด คืออยู่ในที่ นอนที่นั่งอันสงัด

พระโมคคัลลานะ ได้กราบทูลถามว่า ด้วยข้อปฏิบัติเท่าไรภิกษุจึงจะชื่อว่าเป็นผู้น้อมไปในธรรมะเป็นที่สิ้นตัณหา สำเร็จถึงที่สุด เกษมจากโยคะคือกิเลสที่เป็นเครื่องประกอบจิตไว้ถึงที่สุด เป็นพรหมจารีถึงที่สุด ถึงสุดทางกันจริงๆ เป็นผู้ประเสริฐสุดแห่งเทพและมนุษย์ทั้งหลาย

พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบโดยความว่า ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เมื่อได้สดับว่าธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น ก็พิจารณาให้ทราบชัดลักษณะของธรรมทั้งปวงนั้น กำหนดธรรมทั้งปวงนั้นว่า ไม่ควรยึดมั่นอย่างไร เมื่อเสวยเวทนา คือสุข ทุกข์ หรือไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขอย่างใดอย่างหนึ่งก็ให้ พิจารณาเห็นด้วยปัญญาที่ประกอบด้วยความหน่าย ความดับและความสลัดคืนไม่ยึดมั่นไม่สะดุ้ง จึงเป็นผู้ดับกิเลสเฉพาะตัว และจึงเป็นผู้รู้ว่าชาตินี้สิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว กิจที่ควร ทำได้ทำสำเร็จแล้ว พระโมคคัลลานะเมื่อ ได้สดับพระพุทธานุสาสนีแล้ว ได้ปฏิบัติตามก็ได้สำเร็จ เป็นพระอรหันต์ในวันนั้น

*********************************************************************************************

 ***หมายเหตุ วิธีแก้ง่วงวิธีที่1 เนี่ยครับ มีประเด็นนิดหน่อยคือ พบว่ามีการแปลต่างกัน ตามนี้ครับ

1) พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬา http://www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu/tpd23.htm

เมื่อเธอมีสัญญาอยู่อย่างไร ความง่วงนั้น ย่อมครอบงำเธอได้ เธออย่า ได้มนสิการถึงสัญญานั้น อย่าได้ทำสัญญานั้นให้มาก เป็นไปได้ที่เมื่อเธออยู่อย่างนั้น จะละความง่วงนั้นได้

2) ตามพระไตรปิฏกฉบับมหามกุฏและสยามรัฐ http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=1873&Z=1938 (ผมเข้าใจว่า84000.org ใช้พระไตรปิฏกชุดนี้ครับ ผิดถูกช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ )

เธอมีสัญญาอย่างไรอยู่ ความง่วงนั้นย่อมครอบงำได้ เธอพึงทำไว้ในใจซึ่งสัญญานั้นให้มาก ข้อนี้จะเป็น เหตุให้เธอละความง่วงนั้นได้

ว่ากันจริงๆแล้ว เราคงเชื่อคำแปลไทยไม่ได้ เรื่องแบบนี้ต้องไปดูที่บาลี แต่เข้าใจว่า บาลีก็เขียนต่างกันอีก …  ทีนี้ ตามหลักการเก็บรักษาพระไตรปิฏก เวลาพบว่าบาลีขัดแย้งกัน เค้าไม่ฟันธงว่าเวอร์ชั่นไหนถูกเวอร์ชั่นไหนผิด … เค้าจะเก็บไว้ทุกเวอร์ชั่นแล้วทำโน๊ตไว้

ดังนั้น เราคงสรุปไม่ได้ และ คาดว่าพระที่ทรงเปรียญทั้งหลายก็ไม่ฟันธงเหมือนกัน ไม่งั้นมันไม่ค้างมาแบบนี้หรอก

ถ้าจะให้ฟันธง ต้องบอกว่า “ถูกทั้งคู่ครับ” ……  พระพุทธเจ้าสอนวิธีแก้ง่วง 8 วิธี แต่รุ่นเรามีให้เลือก 9 วิธีซะงั้น ไม่หายง่วงให้มันรู้ไป😛

 
1 Comment

Posted by on April 25, 2012 in ธรรมะ

 

Tags: ,

One response to “พุทธวิธีแก้ง่วง

  1. แก้ว

    April 26, 2012 at 11:12

    ค่ะ สำเร็จจริง หายง่วงเลยเพราะ เมื่ออ่านจบก็ปฏิบัติตามข้อ ๘ ทันที ขอบคุณค่ะ

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: