RSS

ที่มา พระนามต่างๆของพระพุทธเจ้า

17 May

วันนี้ผมกำลังค้นเรื่อง “โคตมโคตร” ครับ แล้วพอดีมาเจอเวปนี้เข้า พบว่าน่าสนใจมากครับ เลยเอามาแบ่งให้อ่านกัน ^ ^

http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?stauthorid=19&stcolcatid=2&stcolumnid=594&stissueid=2427

เวปนี้เค้าได้เล่าให้ฟังครับว่า พระนามหลักๆของพระพุทธเจ้านั้น มีที่มาอย่างไร … น่าสนใจมากๆครับ

******************************************

พระสิทธัตถะ

คำว่า สิทธัตถ มาจากคำภาษาบาลี ๒ คำ คือ สิทฺธ กับ อตฺถ สิทฺธ แปลว่า ประสบผลแล้ว ส่วน อตฺถ แปลว่า ความปรารถนา สิทธัตถะ จึงแปลว่า ผู้ที่สมความปรารถนาแล้ว ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่าพระพุทธเจ้ามีพระนามเดิมว่าอะไร แต่ที่ยอมรับพระนาม สิทธัตถะ กันทั่วไปก็เนื่องจากเป็นชื่อที่พบในคัมภีร์พระไตรปิฎก และอรรถกถา ซึ่งเขียนขึ้นในภายหลังมีใจความว่า เมื่อพระนางสิริมหามายาประสูติพระกุมารผู้มีบุคลิกลักษณะสมเป็นมหาบุรุษแล้วได้ ๕ วัน พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาได้ประชุมพราหมณ์ผู้มีความสามารถในทางพยากรณ์มาพยากรณ์พระชะตาและถวายพระนามแก่พระกุมาร พราหมณ์ทั้งหลายเห็นลักษณะมงคลต่างๆ ของพระกุมาร จึงถวายคำพยากรณ์ว่า หากกุมารนี้ไม่ได้ออกผนวชจะได้เป็นมหาจักรพรรดิแห่งโลก หากออกผนวชก็จะได้เป็นศาสดาที่ยิ่งใหญ่ จึงพร้อมใจกันถวายพระพรว่า สิทธัตถะ แปลว่า ขอทรงเป็นผู้สมปรารถนา คำว่า สิทธัตถะ หากใช้รูปภาษาสันสกฤตจะใช้คำว่า สิทธารถะ หรือ สิทธารถ (สิด-ธาด)

พระสมณโคดม

มาจากคำภาษาบาลีว่า สมณ กับ โคตม หมายถึง พระสมณะผู้อยู่ในตระกูลโคตมะ คำว่า โคตม เป็นชื่อพระฤาษีตนหนึ่ง เป็นบรรพบุรุษรุ่นแรกๆ ของมนุษย์ มีลูกหลานมาก ผู้ที่สืบสกุลมาจากฤาษีโคตมจะใช้ชื่อสกุลว่า โคตม หรือเรียกว่าเป็น โคตมโคตร คนอินเดียสมัยก่อนมักนิยมบอกชื่อสกุลของตน เพื่อให้รู้ว่าสืบเชื้อสายมาจากใคร เป็นลูกของใคร เป็นคนมาจากถิ่นไหน คำว่า พระสมณโคดม จึงเป็นพระนามที่ใช้เพื่อยกย่องตระกูลของพระองค์ด้วย

พระศากยมุนี

คำว่า ศากยมุนี มาจากภาษาสันสกฤตว่า ศากยมุนี คำว่า ศากย แปลว่า ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวศกะ ศากย เป็นชื่อของนักรบเผ่าหนึ่ง เป็นชนที่มีผิวเหลือง สันนิษฐานว่าเป็นพวก Indo-Scythians ซึ่งมีกล่าวถึงในประวัติศาสตร์ว่าได้เข้ามาครอบครองอินเดียทางตอนเหนือในสมัยก่อนพุทธกาล ชาวศากยะมีนครหลวงอยู่ที่กรุงกบิลพัสดุ์ ชนศากยะมีหลายโคตรวงศ์ โคตรวงศ์หนึ่งที่สำคัญคือ โคตรวงศ์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งกล่าวว่าสืบเชื้อสายมาจากฤาษีโคตมะ นั่นเอง ส่วนคำว่า มุนี นั้น แปลว่า ผู้เรียน ผู้บำเพ็ญสมาธิ ศากยมุนี จึงแปลว่า พระมุนีชาวศากยะ ซึ่งหมายถึงพระพุทธเจ้า คำว่า ศากยมุนี เป็นสมัญญานามที่ใช้เรียกพระพุทธเจ้าเพื่อยกย่องเผ่าพันธุ์ของพระองค์ การที่เรียกพระพุทธเจ้าว่า มุนี นั้น ก็เพราะพระองค์เป็นผู้ใฝ่หาความสงบเงียบ เพื่อตั้งจิตบำเพ็ญสมาธิ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

คำว่า สัมมาสัมพุทธเจ้า มาจากคำว่า สมนา และ สมฺพุทฺธ ในภาษาบาลี กับคำว่า เจ้า ในภาษาไทย คำว่า สมมา แปลว่า โดยชอบโดยตลอดอย่างสมบูรณ์ หรืออย่างถูกต้อง คำว่า สัมพุทธ แปลว่า ผู้ที่รู้หรือ เข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วยพระองค์เอง คำว่า เจ้า แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ แปลรวมกันว่า พระผู้ทรงรู้และเข้าใจความเป็นไปของสรรพสิ่งและสรรพชีวิตในโลกและในจักรวาลอย่างถ่องแท้ หมายถึง พระผู้ทรงรู้ความจริงอันประเสริฐ ได้แก่ รู้ถึงสาเหตุของการเกิดและการดับไปของชีวิตและสิ่งต่างๆ รู้ถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอดีตภพของสรรพชีวิต รู้ถึงทุกข์แห่งความไม่เที่ยงของชีวิต มูลเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์นั้น การขจัดความทุกข์และวิธีที่ใช้ในการดับทุกข์ โดยใคร่ครวญตามหลักแห่งเหตุผล เพื่อการดับทุกข์ให้หมดไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้น พระนามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเป็นพระนามที่พุทธศาสนิกชนใช้เพื่อสรรเสริญพุทธปัญญาที่สามารถตรัสรู้ธรรมะเพื่อความพ้นทุกข์ได้ด้วยพระองค์เอง

พระผู้มีพระภาคเจ้า

เป็นคำที่แปลมาจากภาษาบาลีว่า ภควนฺตุ คำนี้ถ้าปรากฏเป็นประธานในประโยคก็จะเปลี่ยนรูปเป็น ภควา คำว่า ภควนฺตุ หรือ ภควา แปลตามรูปศัพท์ว่า ผู้มีโชค ผู้มีความสุข คำว่า ภควนฺตุ หรือ ภควา เป็นคำที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในสังคมอินเดียโบราณ เป็นคำที่ใช้เรียกผู้มีอาวุโส ผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ หรือผู้ที่อยู่ในสถานภาพสูงสุดของสังคม นอกจากนี้ยังใช้เป็นคำเรียกเทพเจ้าด้วย การที่พุทธศาสนิกชนออกพระนามพระพุทธเจ้าว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะต้องการยกย่องพระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้มีอาวุโส และมีสติปัญญาเหนือผู้อื่นที่สามารถตรัสรู้ธรรมะอันลึกซึ้งได้ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อยกย่องพระพุทธเจ้าว่า ทรงมีสถานภาพสูงสุด และอยู่เหนือพุทธบริษัททั้ง ๔ ในสังคมพุทธศาสนิกชน และทรงเป็นผู้มีความสุข อันเนื่องมาจากการดับกิเลสและอาสวะได้จนหมดสิ้นแล้ว

พระสรรเพชญ์

คำว่า สรรเพชญ์ เป็นคำยืมมาจากภาษาสันสกฤตว่า สรฺวชฺญ แปลว่า ผู้รอบรู้ ผู้รู้ทุกสิ่ง ในภาษาสันสกฤต ใช้คำว่า สรฺวชฺญ หรือสรรเพชญ์ เป็นคำเรียกพระพุทธเจ้า พระศิวะ พระอรหันต์ ในศาสนาเชน และเจ้าลัทธิปรัชญาอื่นๆ ด้วย ในพระพุทธศาสนา คำว่า สรรเพชญ์ เป็นคำที่ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีสรรเพชญดาญาณ แม้พระอรหันตสาวกผู้มีดวงประทีปแห่งปัญญา มองเห็นความเกิดดับว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลกและสามารถขจัดกิเลสได้หมดสิ้นแล้วก็ตาม ก็ยังไม่บังเกิดภาวะสรรเพชญดาญาณ หรือ ความเป็นผู้รู้ทุกสิ่ง ดังเช่นพระพุทธเจ้า ดังนั้นจึงปรากฏอยู่เสมอที่พระอรหันต์ทูลขอให้พระพุทธองค์ตรัสเล่ามูลเหตุของปรากฏการณ์ที่ตนไม่ทราบ หรือ ขอให้ทรงอธิบายปรากฏการณ์ที่เกินกำลังความรู้ของตน พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ไม่แตกต่างกันในเรื่องของความรู้ที่ใช้ดับกิเลส แต่แตกต่างกันตรงที่พระพุทธเจ้าเป็นผู้เดียวในพระพุทธศาสนาที่มีสรรเพชญดาญาณ คือ ความรู้แห่งความเป็นผู้รู้ทุกสิ่ง

พระสัพพัญญู

เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า สพฺพญฺญู แปลว่า ผู้รู้และเข้าใจความเป็นไปของสรรพสิ่ง คำนี้คนทั่วไปมักแปลว่า “ผู้รอบรู้”สัพพัญญู เป็นสมญาที่คนทั่วไปใช้ หมายถึงพระพุทธเจ้าด้วยความยกย่องเป็นอย่างยิ่ง คือยกย่องพระองค์ว่าเป็นผู้ที่ล่วงรู้ความเป็นไปของสรรพสิ่งในโลก ในจักรวาล และในโลกแห่งพระนิพพาน ในคัมภีร์สุตตันตปิฎกกล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงมีความรู้ ๓ ประการ คือความรู้เกี่ยวกับการเกิดในอดีตชาติของสรรพสัตว์ ความรู้เกี่ยวกับการบังเกิดขึ้นและดับไปของสรรพสัตว์สรรพสิ่ง และความรู้ในการกำจัดอาสวะกิเลสให้หมดสิ้นไป นอกจากนี้ คัมภีร์ในสมัยหลังยังกล่าวอีกว่า พระพุทธองค์ทรงมีความรู้เกี่ยวกับโลกและจักรวาลอีกด้วย ในพระสูตรและอรรถกถาต่างๆ กล่าวว่า เมื่อมนุษย์เทวดาหรือพระอรหันต์ มีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับข้อธรรมะหรือปรากฏการณ์ใดๆ จะทูลถามพระพุทธองค์เสมอ พระพุทธเจ้าเป็นผู้รอบรู้เพียงพระองค์เดียว จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นพระสัพพัญญู

******************************************

ที่มาของรูปครับ http://sanfranciscoimages.blogspot.com/2010/04/buddha-in-park.html

 
3 Comments

Posted by on May 17, 2011 in ธรรมะ

 

Tags: , , , , , ,

3 responses to “ที่มา พระนามต่างๆของพระพุทธเจ้า

  1. Ann

    May 18, 2011 at 14:52

    ขอบใจน้่า ได้รู้อะไรดีๆอีกเยอะเลย

     
  2. ภูมิ

    May 19, 2011 at 15:44

    ขอบคุณครับ ขอ Share ต่อนะครับ

     
  3. Trang Suwannasilp

    May 19, 2011 at 22:38

    @แอน – เนอะๆ คนเขียนเค้าเขียนได้เคลียร์มากเลย หายสงสัยไปหลายอย่างเลย
    @ภูมิ – ได้เลยภูิมิ เพราะจริงๆแล้ว ก็ไปก๊อปมาอีกต่อนึงเหมือนกัน ^ ^

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: