RSS

แก้กรรม ตามหลักพุทธเถรวาท

30 Apr

ช่วงนี้มีข่าวออกมาเยอะมากเรื่องเกี่ยวกับการแก้กรรม ตามเวปต่างๆก็คุยกันไป เนื้อหาที่คุยก็กระจัดกระจายหลากหลาย และ ส่วนมากก็ใช้อารมณ์ซะมากกว่า

จริงๆแล้วผมก็ไม่มีความรู้อะไรแบบนี้เลยครับ แต่พอเกิดเรื่องขึ้นมา ก็เลยลองมาค้นๆดูว่า จริงๆแล้วเนี่ย กรรมมันแก้ได้มั้ย?

**************************************

เรื่องนี้ถ้าเราจะคิดแบบให้เข้าใจง่าย ก็คงต้องแบ่งคำถามเป็นส่วนๆแล้วค่อยๆดูกัน

  1. ตามหลักพุทธเถรวาทแล้ว กรรมเก่ามีจริงมั้ย
  2. กรรมเก่าแก้ได้มั้ย
  3. ถ้าแก้ได้ แก้กรรมเก่าอย่างไรดี

**************************************

ตามหลักพุทธเถรวาทแล้ว กรรมเก่ามีจริงมั้ย

พุทธเถรวาทของเรา มีหลักการและมุมมองที่ชัดเจนเลยครับว่า กรรมเก่ามีจริง โดยท่านสอนไว้ประมาณว่า สิ่งที่ทำไปแล้ว ก็จะให้ผลกลับมา ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า

กรรมเก่าแบบสั้นๆคือ ถ้าเราไปต่อยผนัง มือเราก็เจ็บ … มือเจ็บเนี่ยเป็นผลที่เราทำกรรมคือเอามีไปต่อยกำแพง … กรรมเก่าแบบยาวหน่อยคือ สูบบุหรี่ สูบวันนี้ พรุ่งนี้ไม่เป็นไร แต่พอผ่านไปเป็นสิบๆปีก็เป็นมะเร็ง ส่วนกรรมเก่าเป็นยาวๆก็ข้ามภพข้ามชาติกันเลยทีเดียว

พระไตรปิฏกได้เขียนเรื่องกรรมเ่ก่าไว้เยอะเลยครับ ตัวอย่างง่ายๆคือ อดีตชาติของพระพุทธเจ้าท่าน  ว่าท่านได้เคยบำเพ็ญบารมีอะไรมาบ้าง เช่นว่า เป็นพระเวสสันดรเป็นต้น ด้วยบุญบารมีความดีที่ท่านได้ทำมาจนเต็มเปี่ยมแล้ว ทำให้ชาติสุดท้้ายพระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้า

บางคนอาจจะบอกว่า กรรมเก่าเป็นเรื่องของความเชื่อ ไม่มีจริงหรอก … อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองนะครับ เพียงแต่ว่า ตอนนี้ผมกำลังมองในมุมของศาสพุทธเถรวาท ซึ่งทางศาสนาท่านก็ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า กรรมเก่านั้นมี

**************************************

กรรมเก่าแก้ได้มั้ย

อันนี้ผมไม่ทราบเหมือนกันนะ ว่าแก้ได้มั้ย แต่เมื่อลองเข้าไปอ่านในพระไตรปิฏกดูแ้ล้ว เห็นว่า ไม่เคยมีเหตุการ์ณที่พระพุทธเจ้า ท่านทรงแก้กรรมให้กับตัวท่านเอง หรือ สาวกท่านใดๆเลย

  • พระพุทธเจ้า ท่านโดนกรรมเก่าเล่นงาน โดยถูกพระเทวทัตกลิ้งหินลงทับจนนิ้วห้อเลือด … ทำไมท่านไม่แก้กรรมให้ตัวเอง?
  • พระโมคคัลลนะเคยทุบพ่อแม่จนตายเมื่อหลายชาติก่อน ชาติสุดท้ายนี้ ท่านก็โดยโจรทุบจนร่างแหลกเหลว … ทำไมท่านไม่แก้กรรมให้ตัวเอง?
  • พระนางสามาวดี เมื่อหลายชาติก่อน เคยเผาพระปัจเจกพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเลยโดยไฟครอกตาย … ทำไม พระพุทธเจ้าไม่แก้กรรมให้?
  • ญาติพระพุทธเจ้า เคยทำกรรมร่วมกันมา ทำให้ชาติสุดท้าย โดยฆ่าล้างตระกูล … ทำไมพระพุทธเจ้าไม่แก้กรรมให้?

เราจะเห็นได้ว่า เรื่องแก้กรรมนั้น ไม่มีในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้า และ พระสาวกทั้งหลาย ต่างไม่เคยแก้กรรมให้ตัวท่านเองเลย

ที่มาของรูป  http://kttpngart.multiply.com/photos/album/26/26

จริงๆแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิด พระพุทธเจ้าเคยช่วยต่ออายุให้เด็กคนนึงครับ

คือ มีเด็กคนนึงเกิดมา แล้วหมอดูบอกว่า จะอยู่ได้แค่7วัน พ่อแม่เด็กเลยพากันไปหาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านทราบว่า มียักษ์ตนนึงจ้องจะมาจับเอาเด็กไป พระพุทธเจ้าท่านเลยให้พระทั้งหลายนั่งล้อมเด็กไว้และสวดมนต์ตลอดเจ็ดวัน ทีนี้ พอพระระดับสำคัญๆมากันหมด เทวดาทั้งหลายก็มากันด้วย ยักษ์ซึ่งเป็นเทพผู้น้อยเลยไม่มีโอกาสทำร้ายเด็ก และทำให้เด็กนั้นรอดตายในที่สุด

พ่อแม่เด็กดีใจที่ลูกไม่ตาย และภายหลักเด็กนั้นได้ออกบวช และ บรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

ซึ่งเราจะเห็นว่า ที่พระพุทธเจ้าท่านช่วยนั่น ท่านเล็งผลพระโยชน์สูงสุดคือ พระอรหันต์

**************************************

ถ้าแก้ได้ แก้กรรมเก่าอย่างไรดี

คือจริงๆแล้ว กรรมเก่าเนี่ยจะแก้ได้หรือเปล่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ใครทำแล้วสบายใจก็ทำไปแล้วกัน แต่รู้สึกว่า เรื่องแบบนี้มันมีเยอะมากในสังคมไทย และ ก็ไม่ค่อยมีคนบอกให้ชาวบ้านต่างๆรู้ว่า จริงๆแล้วควรจะแก้กรรมอย่างไ้รให้ถูกหลักพุทธ

ถ้าใครอยากจะไปแก้กรรม ก็แล้วแต่ความสบายใจเลยครับ เพียงแต่ต้องดูและรู้ตัวด้วยว่า ที่กำลังทำอยู่นั้น สอดคล้องกับหลักของพุทธมั้ย

พระพรหมคุณาภรณ์เคยสอนไว้ครับว่า หลักของศาสนาพุทธเราคือ “หลักของการพัฒนาตน”

  • ถ้าที่เราทำไปนั้นเป็นการพัฒนาตน คือ ทานดีขึ้น ศีลดีขึ้น สติ สมาธิดีขึ้น อันนี้โอเค เข้ากับหลักพุทธ
  • ถ้าไอ้ที่เราทำไปนั้นเป็นการ พึ่งคนอื่น อ้อนวอน หวังผลดลบันดาล กระทำตนเหมือนเดิม อันนี้ก็ไม่ใช่หลักพุทธ

นั่นคือ ถ้าอยากจะไปแก้กรรม แล้วมีคนแนะนำให้ไป ทำบุญ ถือศีล ทำทาน ฝึกเจริญสติ … อันนี้เข้ากับหลักพุทธ ให้ทำตามได้ แต่จะแก้กรรมได้จริงหรือเปล่านี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ

แต่ถ้ามีคนแนะนำให้ไปแก้กรรมโดยทำผิดศีลเช่น ฆ่าไก่สังเวย แบบนี้คงไม่ใช่การแก้กรรมในหลักพุทธแล้ว แถมจะได้บาปเพิ่มขึ้นมาอีกเปล่าๆ

ที่มาของรูปครับ http://my.opera.com/vivekdhiman/albums/showpic.dml?album=5873712&picture=90121742

 
4 Comments

Posted by on April 30, 2011 in ธรรมะ

 

Tags: , , , ,

4 responses to “แก้กรรม ตามหลักพุทธเถรวาท

  1. ภูมิ

    May 9, 2011 at 14:25

    สาธุครับ _/|\_

    ความเห็นที่ถูกตรงเกี่ยวกับเรื่องกรรมวิบาก จัดอยู่ในสัมมาทิฏฐิซึ่งเป็นฐานสำคัญของมรรค ชาวพุทธทุำกคนควรศึกษาทำความเข้าใจให้ดี ขออนุญาตอัญเชิญพระพุทธวัจนะมาเสริมครับ

    (…ที่นิยมกล่าวถึงการแก้กรรมนั้น พึงเห็นชอบตามพุทธดำรัสในหัวข้อ “189 ผลกรรมและผู้กระทำ” ซึ่งทรงเปรียบอกุศลกรรมเป็นความเค็มจากก้อนเกลือที่เจือจางได้ด้วยกุศลกรรมจากการอบรมกาย ศีล จิต และปัญญา เสมือนการหมั่นเติมน้ำบริสุทธิ์ลงไป)

    ————————————————
    159 กรรมเก่าทั้งนั้นหรือ

    ปัญหา ตอบหลักกรรมในทางพระพุทธศาสนานั้นเราจะถือว่าความสุขก็ดี ความทุกข์ก็ดี ที่เราได้รับอยู่ในบัดนี้ เป็นผลของกรรมเก่าที่เราได้ทำไว้แล้วในชาติก่อน ดังนี้ได้หรือไม่ ?

    พุทธดำรัสตอบ “…..เวทนาอันบุคคลเสวยในโลกนี้ บางเหล่าเกิดขึ้นมีดีเป็นสมุฏฐานก็มี มีสวนต่าง ๆ เหล่านั้นรวมกันเป็นสมุฏฐานก็มี เกิดแต่ความแปรแห่งฤดูก็มี เกิดแต่การบริหารร่างกายไม่สม่ำเสมอก็มี เกิดแต่ความพยายาม (ของตน) ก็มี เกิดแต่วิบากแห่งกรรมก็มี….. ข้อนี้อันเจ้าตัวเองก็รู้เช่นนั้น อันโลกก็สมมติว่าเป็นจริง สมณะพราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด มักกล่าวและมีความเห็นในข้อนั้นอย่างนี้ว่า “บุคคล… เสวยเวทนาทั้งปวง (สุข ทุกข์ ไม่สุข ไม่ทุกข์) เพราะเหตุแห่งกรรมที่ตนทำแล้วในก่อน เขาย่อมเพิกเฉยข้อที่ตนเองก็รู้ดี ย่อมเพิกเฉยต่อข้อที่โลกสมมติว่าเป็นจริง เพราะฉะนั้นเรากล่าวว่า การกล่าวแลความเห็นอย่างนี้ของสมณะพราหมณ์เหล่านั้น เป็นการกล่าวผิดและเห็นผิด” ดังนี้

    สิวกสูตร สฬ. สํ. (๔๒๗)
    ตบ. ๑๘ : ๒๘๕-๒๘๖ ตท. ๑๖ : ๒๖๔
    ตอ. K.S. IV : ๑๕๕-๑๕๖
    ————————————————

    189 ผลกรรมและผู้กระทำ

    ปัญหา คน ๒ คน ทำกรรมอย่างเดียวกัน แต่ได้รับผลต่างกันมีหรือไม่ ?

    พุทธดำรัสตอบ “…..ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดแลพึงกล่าวอย่างนี้ว่า บุรุษนี้ทำกรรมไว้อย่างไร ? เขาจะต้องเสวยกรรมนั้นอย่างนั้น ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ของผู้นั้นย่อมมีไม่ได้ โอกาสที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบย่อมไม่ปรากฏ ส่วนผู้ใดพึงกล่าวอย่างนี้ว่า บุรุษนี้ทำกรรมที่จะต้องเสวยผลไว้ด้วยอาการใด ๆ เขาจะต้องเสวยวิบากของกรรมนั้นด้วยอาการนั้น ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ของผู้นั้นย่อมมีได้ โอกาสที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบย่อมปรากฏ
    “…..ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคลในโลกนี้ทำบาปกรรมแม้เล็กน้อย บาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ ทำบาปกรรมเพียงเล็กน้อยเช่นนั้นแหละ บาปกรรมนั้นย่อมได้ผลทันตาเห็น แต่ส่วนน้อยไม่ปรากฏ ปรากฏเฉพาะส่วนที่มา บุคคลเช่นไร ทำบาปกรรมแม้เล็กน้อย บาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก
    “…..ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ไม่อบรมกาย ไม่อบรมศีล ไม่อบรมจิต ไม่อบรมปัญญา มีคุณน้อย มีอัตตภาพเล็ก มีอัตตภาพอยู่เป็นทุกข์เพราะวิบากเล็กน้อย บุคคลเห็นปานนี้ทำบาปกรรมแม้เล็กน้อย บาปกรรมนั้นก็นำเขาเข้านรก
    “…..ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเช่นไรเล่า ทำบาปกรรมเล็กน้อยเช่นนั้น เหมือนกัน บาปกรรมนั้นให้ผลทันตาเห็น แต่ส่วนน้อยไม่ปรากฏ ปรากฏเฉพาะส่วนมาก
    “…..ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้อบรมกาย อบรมศีล อบรมจิต อบรมปัญญา มีคุณไม่น้อย มีอัตตภาพใหญ่ มีธรรมเป็นเครื่องอยู่หาประมาณมิได้ บุคคลเช่นนี้ ทำบาปกรรมเช่นนั้นเหมือนกัน บาปกรรมนั้นให้ผลทันตาเห็น แต่ส่วนน้อยไม่ปรากกฎ ปรากฏเฉพาะแต่ส่วนมาก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษพึงใส่ก้อนเกลือลงในขันใบน้อย…. น้ำในขันเล็กน้อยนั้น พึงมีรสเค็ม ดื่มกินไม่ได้ (ส่วนบาปกรรมเล็กน้อยของบุคคลผู้อบรมกายเป็นต้นแล้วนั้น) เปรียบเหมือนบุรุษพึงใส่ก้อนเกลือลงในแม่น้ำคงคา (น้ำในแม่น้ำคงคาก็คงไม่เค็ม ดื่มกินได้ เพราะเป็นห้วงน้ำใหญ่….”

    โสณกสูตร ติ. อํ. (๕๔๐)
    ตบ. ๒๐ : ๓๒๐-๓๒๒ ตท. ๒๐ : ๒๘๐-๒๘๑
    ตอ. G.S. I : ๒๒๗-๒๒๘
    ————————————————

    207 อย่าน้อยใจว่าเราเกิดมามีกรรม

    ปัญหา คนที่เกิดมามีกรรม ยากจน อัปลักษณ์ อับปัญญา จะมีวิธีปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น หรือกลับตนกลับตัวได้หรือไม่ ?

    พุทธดำรัสตอบ “….บุคคลบางคนในโลกนี้ เกิดมาในตระกูลต่ำ คือ ตระกูลจัณฑาล ตระกูลช่างสาน ตระกูลนายพราน ตระกูลช่างเย็บหนัง หรือในตระกูลคนเทหยากเยื่อ อันเป็นตระกูลเข็ญใจ มีข้าวน้ำและโภชนะน้อย เป็นอยู่โดยฝืดเคือง หาของบริโภคและผ้านุ่งห่มได้โดยฝืดเคือง อนึ่ง เขามีผิวพรรณทรามไม่น่าดู เป็นคนแคระ มีโรคมาก เป็นคนตาบอด เป็นคนง่อย เป็นคนกระจอก หรือพิการไปแถบหนึ่ง ไม่ได้ข้าว น้ำ ผ้านุ่งห่ม ยานพาหนะ ระเบียบดอกไม้ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปตามสมควร แต่เขาประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วยวาจา แลด้วยใจ ครั้นประพฤติสุจริต ด้วยกาย วาจา ใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าพึงสุคติโลกสวรรค์ บุคคลเป็นผู้มืดมาแล้วมีสว่างไปอย่างนี้แล”

    ตามสูตร จ. อํ. (๘๕)
    ตบ. ๒๑ : ๑๑๐-๑๑๑ ตท. ๒๑ : ๙๙-๑๐๐
    ตอ. G.S. II : ๙๕
    ————————————————

    373 กรรมเก่า-กรรมใหม่ คืออะไร

    ปัญหา กรรมเก่า กรรมใหม่ คืออะไร ? ความดับแห่งกรรม และทางปฏิบัติเพื่อดับกรรมคืออะไร ?

    พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กรรมเก่าคืออะไร ตามอันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า หู… จมูก… ลิ้น… กาย… ใจ… อันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า เป็นของอันปัจจัยปรุงแต่งสำเร็จด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา… เรียกว่ากรรมเก่า
    “กรรมใหม่ คืออะไร กรรมที่บุคคลทำด้วยวาจา ใจ ในบัดนี้ นี่เราเรียกว่ากรรมใหม่
    “ความดับแห่งกรรมเป็นไฉน…ความดับใดกระทบกับความพ้นทุกข์เพราะความดับแห่งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม นี้เรียกว่า ความดับแห่งกรรม
    “ทางปฏิบัติเพื่อ ความดับแห่งกรรมคืออะไร … อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ นี้เรียกว่า ทางปฏิบัติเพื่อความดับแห่งกรรม”

    กรรมสูตร สฬา. สํ. (๒๒๗-๒๓๐)
    ตบ. ๑๘ : ๑๖๖ ตท. ๑๘ : ๑๔๙
    ตอ. K.S. ๔ : ๘๕

     
  2. Trang Suwannasilp

    May 9, 2011 at 20:03

    เจ๋งมากเลยภูมิ ภูมิไปอ่านมาจากใหนอ่ะ บอกหน่อยสิ จะได้ไปอ่านบ้าง

     
  3. ภูมิ

    May 10, 2011 at 15:55

    หน้ารวมพุทธพจน์ในรูปแบบของ ปุจฉา-วิสัชนา ที่ให้ความกระจ่างได้เกือบทุก FAQ ที่ชาวพุทธสงสัยกันครับ ^^

    พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์:
    http://84000.org/true/index.html

     
  4. Trang Suwannasilp

    May 10, 2011 at 23:40

    แท๊งกิ้วหลายๆเลยนะภูิมิ ลองเข้าไปอ่านดูแล้ว น่าสนใจมากๆ

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: