RSS

ประวัติย่อ ภิกษุณี เอตทัคคะทั้ง ๑๓ (ตอนที่ ๑)

15 Feb

ภิกษุณี คือ หญิงผู้ที่บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา หรือคือ พระสตรีนั่นเอง

ภิกษุณีได้เริ่มมีขึ้นครั้งแรกใน พรรษาที่ 5 หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ในบรรดาภิกษุณีทั้งหลาย มีอยู่ 13 ท่านที่พระพุทธเจ้าท่านทรงยกย่องว่า เป็นเลิศกว่าภิกษุณีผู้อื่น หรือ ที่เราเรียกกันว่า พระเอตทัคคะนั่นเอง

พวกเราสมัยนี้มักจะพากันละเลย และ ไม่ค่อยจะสนใจกันเท่าไหร่ว่า ภิกษุณีแต่ละท่าน มีประวัติมีความสำคัญอย่างไร ผมเลยได้ลองทำสรุปประวัติย่อๆของภิกษุณีเอตทัคคะทั้ง 13 ท่านมาให้อ่านกันครับ

*************************************************************

1 พระนางมหาปชาบดีเถรี ผู้เป็นเอตทัคคะด้าน ผู้รัตตัญญู (ผู้รู้ราตรีนาน)

พระนางมหาปชาบดีเถีรเป็นสตรีที่ออกบวชเป็นคนแรก พระพุทธเจ้า ท่านทรงยกย่องพระนางว่า เป็นภิกษุณีผู้รู้รัตตัญญู คือ รู้ราตรีนาน หามีสตรีใดในพระพุทธศาสนา ที่จะมีพรรษาเทียบเท่าพระนาง

ประวัติย่อ

พระนางประชาบดีเป็นพระน้านางของพระพุทธเจ้า และ ทั้งยังทรงเป็นพระมารดาเลี้ยงของพระพุทธเจ้าด้วย ทรงเลี้ยงดูพระพุทธเจ้าในวัยเด็กมาอย่างดี

ครั้นเมื่อพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ได้บรรลุอรหันต์และนิพพานไปแล้ว พระนางก็ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลขอบวช แต่พระพุทธเจ้าทรงไม่อนุญาต แม้นพระนางจะทูลขอถึง 3 ครั้งก็ตาม

ต่อมาพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังแคว้นเวสาลี พระนางได้โกนผมเหมือนนักบวช ทรงผ้าผ้ากาสาวพัสตร์ และนำ สตรีวรรณะกษัตริย์ 500 ท่าน (ผู้ซึ่งสามีได้ออกบวชแล้วไป) ออกเสด็จด้วยพระบาทไปหาพระพุทธเจ้า เพื่อขอบวชอีกครั้งนึง แต่ว่า พระพุทธเจ้าก็ยังไม่ทรงอนุญาต

พระอานนท์มาพบพระนางร้องไห้ อยุ่ที่ริมประตูจึงเข้าไปถาม เมื่อทราบความแล้ว จึงไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อช่วยทูลขอให้พระองค์อนุญาตให้สตรีออกบวชได้ โดยพระอานนท์ให้เหตุผลว่า สตรีทั้งหลายล้วนมีความสามารถในการบรรลุธรรมไม่ต่างจากบุุรุษ และ ครั้งนี้ พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาต แต่ว่า สตรีทั้งหลายต้องรับ “ครุธรรม 8 ประการ” ให้ได้คือ

  1. ภิกษุณีแม้อุปสมบทแล้วได้ ๑๐๐ พรรษา ก็พึงเคารพกราบไว้ พระภิกษุ แม้ อุปสมบทได้วันเดียว
  2. ภิกษุณี จะอยู่จำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีพระภิกษุนั้นไม่ได้ ต้องอยู่ในอาวาสที่มีพระภิกษุ
  3. ภิกษุณี จะต้องทำอุโบสถกรรม และรับฟังโอวาทจากสำนักภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน
  4. ภิกษุณี อยู่จำพรรษาแล้ว วันออกพรรษาต้องทำปวารณาในสำนักสงฆ์ทั้งสองฝ่าย (ภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์)
  5. ภิกษุณี ถ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสส อยู่ปริวาสกรรม ต้องประพฤติมานัตในสงฆ์สองฝ่าย
  6. ภิกษุณี ต้องอุปสมบทในสำนักสงฆ์สองฝ่าย หลังจากเป็นนางสิกขมานารักษา “สิกขาบท 6 ประการ” คือ ศีล5 กับ การเว้นการรับประทานอาหารยามวิกาล ทั้ง 6 ประการนี้ มิให้ขาดตกบกพร่องเป็นเวลา 2 ปี ถ้าบกพร่องในระหว่าง 2 ปี ต้องเริ่มปฏิบัติใหม่
  7. ภิกษุณี จะกล่าวอักโกสกถาคือ ด่าบริพาษภิกษุ ด้วยอาการอย่างใดอย่างหนึ่งมิได้
  8. ภิกษุณี ตั้งแต่วันอุปสมบทเป็นต้นไป พึงฟังโอวาทจากภิกษุเพียงฝ่ายเดียว จะให้โอวาทภิกษุมิได้

พระนางประชาบดี ดีพระทัยมาก ทรงรับครุธรรม 8 ประการ และออกบวชเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนา

*************************************************************

2 พระนางเขมาเถรี อัครสาวิกาเบื้องขวา ผู้เป็นเอตทัคคะด้าน มีปัญญา

พระนางเขมาเถรี เป็นภิกษุณี ผู้มีปัญญาเลิศกว่า ภิกษุณีทั้งหลาย พระพุทธเจ้าทรงยกย่องท่านเป็นอัครสาวิกาเบื้องขวา ตำแหน่งของท่านนั้น เทียบได้กับพระสารีบุตรผู้เป็นอัครสาวกเลยทีเดียว

ประวัติย่อ

ก่อนออกบวชท่านเป็นมเหสีของพระเจ้าพิมพิสาร ท่านเป็นสตรีที่มีรูปงามมาก แต่ท่านไม่เคยไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพราะเคยได้ยินมาว่า พระพุทธเจ้านั้นตำหนิความงามของร่างกาย

พระพระเจ้าพิมพิสารคิดว่า เราเป็นถึงอุปัฏากของพระพุทธเจ้า แต่อัครมเหสีของเราไม่เคยไปฟังธรรมเลย เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ท่านจึงใช้ให้คนแต่งกลอนบรรยายถึงความงามของวัดเวฬุวัน แล้วให้แกล้งไปร้องข้างๆที่ประทับของพระนางเขมา พระนางเกิดสนใจอยากจะชมความงามของวัด จึงคิดที่จะเข้าไปชมดู

เมื่อพระนางเข้าไปในวัดแล้ว ทรงได้พบกับพระพุทธเจ้า และ ได้ฟังธรรม พระนางทรงบรรลุอรหันต์ ณ. ขณะประทับยืนนั้นเลยทีเดียว

พระเจ้าพิมพิสารทรงดีพระทัยมาก ที่มหสีของพระองค์บรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ทรงให้พระนางประทับบนวอทองส่งเสด็จให้พระนางออกบวชเป็นภิกษุณี

*************************************************************

3 พระนางอุบลวรรณาเถรี อัครสาวิกาเบื้องซ้าย ผู้เป็นเอตทัคคะด้าน มีฤทธิ์

พระนางอุบลวรรณาเถรี เป็นภิกษุณี ผู้มีฤทธิ์เลิศกว่า ภิกษุณีทั้งหลาย พระพุทธเจ้าทรงยกย่องท่านเป็นอัครสาวิกาเบื้องซ้าย ตำแหน่งของท่านนั้น เทียบได้กับพระโมคคัลลานะผู้เป็นอัครสาวกเลยทีเดียว

ประวัติย่อ

พระนางเป็นบุตรีของเศรษฐีในกรุงสาวัตถีของพระเจ้าพิมพิสาร พระนางมีลักษณะครบเบญจกัลยาณี ผิวของพระนางสีดังก้านบัว ท่านเลยได้ชื่อว่า อุบลวรรณา

ด้วยความที่เป็นสาวงาม จึงมีคนทั้งหลายหมายปองมาสู่ขอไปเป็นภรรยา ไม่ว่า กษัตริย์ต่างๆหรือเศรษฐี  บิดาของนางลำบากใจมากไม่รู้จะทำอย่างไรเลยเข้ามาปรึกษากับพระนาง และ ได้ขอสรุปว่า ให้พระนางออกบวชน่าจะเป็นการดีที่สุด

หลังจากออกบวชแล้ว คืนหนึ่งพระนาง ได้เข้าเวรไปดูแลทำความสะอาดโรงอุโบสถ นางได้จุดประทับ พระนางมองประทีปนั้นแล้วเอามาพิจารณาเป็นอารมณ์ และ ก็ได้บรรลุพระอรหันต์ในขณะนั้นเอง

หลังจากบรรลุธรรมแล้ว พระนางได้จาริกไปยังที่ต่างๆโดยลำพัง มีครั้งนึง ขณะที่ท่านพักอยู่ที่กระท่อมในป่า ชายหนุ่มลูกพี่ลูกน้องของท่านได้แอบเข้ามาข่มขืน แม้นพระเถรีจะห้ามเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายเขาก็โดนธรณีสูบลงไปตรงนั้นเอง จากเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงออกกฏห้ามภิกษุณีออกไปอยู่ป่า

*************************************************************

4 พระนางปฏาจาราเถรี ผู้เป็นเอตทัคคะด้าน ทรงพระวินัย

ตำแหน่งผู้ทรงพระวินัย คือ ผู้ที่มีความรอบรู้ แม่นยำ และ เข้าใจในพระวินัยต่างๆที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติขึ้น

ประวัติย่อ

ท่านเป็นธิดาสาวของเศรษฐี ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุดเท่าที่ธิดาหนึ่งพึ่งได้รับ แต่ว่า ท่านในวัย 16 ได้ไปหลงรักกับคนใช้ และ ภายหลังทั้ง2ได้หนีออกจากบ้านเศรษฐี ไปอยู่ด้วยกันในป่า

ต่อมาได้ตั้งครรภ์ลูกคนแรก นางต้องการกลับมาคลอดบุตรที่บ้านบิดา แต่สามีไม่ยอม เพราะกลัวโทษจะมาถึง นางจึงหนีเดินเข้าป่ามาลำพังและก็ได้คลอดลูกในป่านั้นเอง ภายหลังนางได้ตั้งท้องลูกคนที่สอง สามีก็ไม่ยอมให้กลับมายังบ้านบิดาเช่นเคย นางจึงอุ้มลูกคนแรกพร้อมท้องแก่ใกล้คลอด หนีสามีออกจากบ้าน คราวนี้สามีใจอ่อน ยอมตามนางมาด้วย

ระหว่างทางเกิดพายุฝนตกอย่างหนัก นางเกิดบวชท้องจะคลอดลูกขึ้นมาตรงกลางป่านั้น สามีนางออกไปตัดกิ่งไม้เพื่อเอามากำบังให้นาง แต่โชคร้ายโดนงูกัดตาย นางรอสามีเท่าไหร่ก็ไม่กลับมา นางเลยจำต้องคลอดลูกกลางพายุ นางต้องดูแลลูกน้อยทั้งสองกลางพายุนั้น โดยเอามือเข่ายันพื้นเป็นท่าคลานแล้วให้ลูกหลบฝนใต้ท้องนาง

เมื่อฝนหยุด นางจึงได้มาพบว่า สามีนางถูกงูกัดตายแล้ว นางไม่รู้ทำอย่างไรเลยอุ้มลูกทั้งสองเดินทางต่อกลับไปหาบิดามารดา ระหว่างทางพบกับแม่นำ้ใหญ่ นางจังวางลูกคนโตไว้ริมฝั่งแม่น้ำ แล้วอุ้มทารกคนเล็ก ลุยน้ำไปวางไว้อีกฝั่ง ขณะลุยน้ำกลับมารับลูกคนโต เหยี่ยวตัวนึงได้โฉบมาเอาลูกคนเล็กนางไปเป็นอาหาร นางตกใจมา โบกมือไล่เหยี่ยวนั้น แต่ว่า ลูกคนโตที่รออยู่ คิดว่าแม่เรียก เลยวิ่งลงน้ำมาหา กลายเป็นว่าจมน้ำตายหายไป

นางเสียลูกทั้งสองและสามีในเวลาไม่ถึง 1 วัน นางทั้งหิว ทั้งเหนื่อยล้า ทั้งบอบช้ำในจิต เดินรำพึงรำพันกลับไปยังบ้านบิดา พบเห็นคนผ่านมาจึงถามถึงบิดามารดา ได้ความเมื่อคืนพายุหนักได้ทำลายบ้านเรือน บิดา มารดา และ พี่ชายของนาง ล้วนเสียชีวิตลงแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา

เพียงเท่านั้นเองนางถึงกับเสียสติ เดินร้องไห้ครำครวญ ไปแบบไร้จุดหมาย จนเสีื้อผ้าหลุดรุ่ยเปลือยกาย คนทั้งหลายเห็นนางก็คิดว่าเป็นคนบ้า เอาดิน เอาฝุ่นขว้างใส่

นางได้เดินร้องไห้ไปเรื่อยๆจนผ่านถึงวัดเชตวัน คนทั้งหลายต่างขับไล่ไม่ให้นางเข้าไปในวัด เพราะคิดว่าเป็นคนบ้า แต่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้ พร้อมกล่าวว่า “จงกลับได้สติเถิด น้องหญิง” เท่านั้นเองนางก็ได้สติ เกิดมีความละอายที่ตนเองไม่ได้นุ่งผ้า คนใจเอาเอาผ้ามาให้นางห่ม และนางก็ได้ร่วมนั่งฟังธรรม และ บรรลุธรรมเป็นโสดาบันในที่ตรงนั้นเอง ซึ่งต่อมาท่านก็ได้ออกบวชเป็นภิกษุณี

*************************************************************

อ่านเพิ่มเติมได้ที่เวปนี้ครับ http://www.84000.org/one/2/index.shtml

*************************************************************

ที่มาของรูปครับ http://www.schubart.net/archives/2004/07/31/lotus-flower

*************************************************************

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ประวัติย่อ ภิกษุณี เอตทัคคะทั้ง ๑๓ (ตอนที่ ๒)

ประวัติย่อ ภิกษุณี เอตทัคคะทั้ง ๑๓ (ตอนที่ ๓)

[ภาพที่ ๖๑] พระแม่น้ามหาปชาบดีโคตมี นำนางกษัตริย์บริวารไปทูลขออุปสมบทเป็นพระภิกษุณี

กรณีภิกษุณี ในมุมมองของ ท่านพระพรหมคุณาภรณ์

 
2 Comments

Posted by on February 15, 2011 in ธรรมะ

 

Tags: , , , , , , , , , , , ,

2 responses to “ประวัติย่อ ภิกษุณี เอตทัคคะทั้ง ๑๓ (ตอนที่ ๑)

  1. ฺพี่บาส

    July 4, 2011 at 13:57

    สุดยอดมากน้อง อนุโมทนาครับ

     
    • Trang Suwannasilp

      July 4, 2011 at 20:31

      เอมปริ๊นไปถวายคุณแม่ด้วยครับ เห็นเอมบอกว่า คุณแม่พกใส่ตะกร้า เอาไว้เปิดดูเวลาสงสัยว่าองค์ใหนเป็นอย่างไร

      ปลื้มใจ ปลื้มใจ

       

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: