RSS

เป็นพระอย่ามายุ่งเรื่องการเมือง?

17 Jan

คำถามนี้เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างนะครับ ว่าเป็นพระอย่ามายุ่งเรื่องการเมือง จริงๆแล้วพระควรมายุ่งเรื่องการเมืองมั้ย? พระควรจะวางตัวอย่างไรในยามที่สังคมกำลังมีปัญหา?

จริงๆแล้วผมก็ไม่รู้หรอกครับว่า พระควรจะทำตัวอย่างไร แต่ว่าเราลองมาดูกันดีกว่าว่าพระพุทธเจ้า ท่านทรงวางตัวอย่างไร

ในพระไตรปิฏกมีกล่าวไว้หลายตอนเหมือนกันครับ เกี่ยวกับสงครามระหว่างเมืองต่างๆ และ พระพุทธเจ้าท่านทรงวางตัวอย่างไร อันนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเราในการพิจารณาความเหมาะสม

********************************************

ญาติพระพุทธเจ้าทำสงครามแย่งน้ำ

มีสมัยนึง ที่เกิดภัยแล้ง น้ำในแม่น้ำไม่พอเพียงที่จะใช้ ในตอนนั้นเองญาติของพระพุทธเจ้า 2 ตระกูล คือ ศากยวงศ์ และ โกลิยวงศ์ อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำโรหิณี เกิดการทะเลาะแย่งน้ำกัน จนถึงขั้นจะทำสงคราม ยกกองทัพมาประจันหน้ากัน จะรบกันแล้ว

และตอนนั้นเอง พระพุทธเจ้าท่านได้เข้ามาห้ามศึก โดยท่านไปอยู่ณ.จุดที่ทัพของญาติทั้งสองฝ่ายจะรบกัน แล้วท่านก็เทศนา เรื่องความสามัคคี ความสำคัญของญาติ และ สุดท้าย ญาติของพระองค์ทั้งสองฝ่ายก็เลิกรบกัน และ ตกลงแบ่งน้ำกันอย่างยุติธรรม

จากเหตุการณ์ตอนนี้เราจะเห็นว่า พระพุทธเจ้า ท่านทรงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บ้านเมือง แต่ท่านไม่เลือกข้าง ท่านกลับไปสอนสั่งให้คนทั้งหลายอยู่ในความสามัคคี มีธรรมในจิตใจ และ ระงับเหตุร้ายในบ้านเมืองไปได้


********************************************

พระเจ้าอชาติศัตรูวางแผนไปตีแคว้นวัชชี

พระเจ้าอชาติศัตรูครองกรุงราชคฤห์ต่อจากพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งต่อมาพระเจ้าอชาติศัตรูต้องการไปยึดแคว้นวัชชี แห่งกษัตริย์”ลิจฉวี” แต่ว่าท่านยกทัพไปตีเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้ แม้ว่าแคว้นวัชชีจะเล็กกว่ากรุงราชคฤห์ก็ตาม

ทีนี้พระเจ้าอชาติศัตรูก็เลยคิดได้ ส่งพราหมณ์ชื่อ “วัสสการพราหมณ์” ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พราหมณ์นั้นไปถึงก็ ถามสาระทุกข์สุขดิบทั่วๆไปของพระพุทธเจ้า แล้วก็ เปรยขึ้นว่า พระเจ้าอชาติศัตรูพยายามโจมตีแคว้นวัชชี แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ

พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้ตอบอะไรกับพราหมณ์ แต่ท่านหันไปถามพระอานนท์ว่า กษัตริย์ลิจฉวียังไงประพฤ ติ”อปริหานิยธรรม (หลักแห่งความไม่เสื่อม) ๗ ประการ” อยู่หรือไม่ พระอานนท์ทูลตอบว่า “ยังคงประพฤติอยู่พระเจ้าข้า”  และพระองค์ทรงตรัสต่อไปว่า “ดูก่อนอานนท์! ตราบเท่าที่ชาววัชชียังประพฤติปฏิบัติวัชชีธรรมทั้ง ๗ ประการนี้อยู่ พวกเขาจะไม่ประสบความเสื่อมเลย มีแต่ความเจริญมั่นคงโดยส่วนเดียว”

อปริหานิยธรรมที่ว่านี้คือ

๑) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์

๒) พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่จะต้องทำ

๓) ไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

๔) ให้เคารพอาวุโสทั้ง วัยวุฒิ และ คุณวุฒิ เชื่อฟังคำตักเตือน

๕) ไม่ลุอำนาจตัณหาที่เกิดขึ้น ไม่ตกอยู่ในอำนาจความทะยานอยาก เพราะ จะชักจูงให้ออกนอกทำนองคลองธรรมได้

๖) ยินดีในความสันโดษ พอใจในสิ่งที่ควรมีควรได้ แต่ไม่เกียจคร้าน

๗) ตั้งสติระลึกเสมอว่า ยินดีต้อนรับเพื่อนร่วมโลกทุกคน

จากเหตุการณ์นี้ เราจะเห็นว่า เมื่อมีคนทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องเหตุการบ้านเมือง พระองค์ก็บอกถึงหลักธรรมในการปกครองบ้านเมือง และ เหตุปัจจัยในความเป็นอยู่ของบ้านเมือง ไม่ได้แนะนำให้เมืองใหนทำอะไร ทรงให้เค้าเหล่านั้นไปคิดไปปฏิบัติเอาเอง

ข้อมูลอ้างอิงครับ

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=11505

********************************************

พระเจ้าวิฑูฑภะยกทัพไปตีกรุงกบิลพัสดุ์

พระเจ้่าวิฑูฑภะ เป็นลูกของพระเจ้าประเสนทิโกสน มีศักดิ์เป็นหลานของพระพุทธเจ้า พระเจ้าวิฑูฑภะนี้ วางแผนจะไปตีเมืองกบิลพัสดุ์อันเป็นเมืองของกษัตริย์ตระกูลศากยะ นั่นก็คือ พระเจ้าวิฑูฑภะกำลังวางแผนจะไปฆ่าญาติตัวเอง!!!!!

พระพุทธเจ้าเมื่อท่านทราบเรื่อง ท่านก็ไปห้ามทัพ โดยท่านได้ไปห้ามทัพถึงสามครั้งสามครา แต่ว่าพระเจ้าวิฑูฑภะก็ยังไม่ละความพยายาม ยังคงยกทัพเป็นครั้งที่สี่ คราวนี้พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ไปห้ามทัพแล้ว ท่านเห็นว่า ห้ามคงจะไม่ไหว มันเป็นกรรมเก่าของกษัตริย์ศากยวงศ์ และสุดท้ายเหล่ากษัตริย์ศากยวงศ์ก็ล้มสลาย พระเจ้าวิฑูฑภะฆ่าทิ้งหมดแม้แต่เด็กที่ยังดูดนม กษัตริย์ศากยวงศ์แตกกระสานส่านเซ็น ไม่เหลือรอดมาปกครองนครได้สืบไป

จากเหตุการณ์นี้เห็นว่า พระพุทธเจ้า ท่านได้พยายามห้ามทัพ แต่เมื่อท่านเห็นว่า ห้ามไม่ไหว จิตใจบางคนเกินกว่าที่สอนสั่งได้ ท่านก็ไม่สอน ทรงปล่อยวาง และ ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามเหตุปัจจัย

********************************************

จากเหตุการณ์ตัวอย่างทั้งสาม เราคงพอจะเห็นได้ว่า พระพุทธเจ้า ท่านเข้าไปมีส่วนร่วมในการเมืองครับ แต่ท่านไม่ได้เข้าไปเลือกข้าง

ท่านเข้าไปสอนสั่งให้คนสามัคคี ให้คนมีปัญญา ท่านสอนถึงเหตุปัจจัยในการปกครองบ้านเมือง ถ้าบ้านเมืองใหนไม่มีธรรมะในการปกครอง บ้านเมืองนั้นก็ล่มสลายไปตามเหตุปัจจัย และ เมื่อถ้าสั่งสอนแล้ว ผู้นำนั้นเกินกว่าที่จะสั่งสอน ไม่ยอมรับฟัง ท่านก็จะปล่อยวางไม่สั่งสอน และก็ทรงปล่อยให้สิ่งต่างๆเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ควรเป็น

ผมหวังว่านี่คงจะพอเป็นตัวอย่างให้พวกเราได้พอเห็นนะครับ ว่าพระควรมายุ่งกับการเมืองมั้ย และ เราเองในฐานะชาวบ้านควรที่จะวางตัวอย่างไร

ที่มาของรูปครับ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=511592

********************************************

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

[ภาพที่ ๕๙] ทรงห้ามพระญาติฝ่ายพระบิดากับฝ่ายพระมารดา ซึ่งแย่งกันทดน้ำเข้านา มิให้วิวาทกัน

ลำดับพระวงศ์ของพระพุทธเจ้า

 
4 Comments

Posted by on January 17, 2011 in ชาดก, ธรรมะ

 

Tags: , , , , , , , ,

4 responses to “เป็นพระอย่ามายุ่งเรื่องการเมือง?

  1. เอม

    January 17, 2011 at 09:50

    ขอบคุณมากค่ะตรัง เขียนอ่านง่าย ชัดเจนมากเลยค่ะ 🙂

     
  2. เก๋

    January 18, 2011 at 10:28

    ได้อ่านหนังสือ “กรณีสันติอโศก” โดยพระพรหมคุณาภรณ์ ท่านได้เขียนถึงกรณี “พระสงฆ์กับการเมือง” ไว้อย่างน่าสนใจ เหมือนที่คุณตรังสรุปไว้เลยครับ ^__^

     
  3. Trang Suwannasilp

    January 18, 2011 at 20:34

    ขอบคุณคุณเก๋มากเลยครับ

    เพราะคุณเก๋ ผมเลยลองไปหาหนังสือ”กรณีสันติอโศก”จากเนตมาอ่าน … ท่านพระพรหมคุณาภรณ์เขียนได้ดีมากๆเลยครับ ชอบๆๆ

     
  4. เก๋

    January 19, 2011 at 22:29

    ยินดีครับคุณตรัง ผมก็เพิ่งโหลดมาอ่านได้วันสองวันเอง พระอาจารย์ประยุตต์ท่านเขียนได้ชัดเจนจริงๆ ครับ ^__^

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: