RSS

พระเวสสันดร บริจาคบุตรเป็นทาน – มหาทาน หรือ ใจดำ

01 Dec

ผมบังเอิญไปเจอคำถามในเวปพันทิปมา เค้าถามว่า การที่พระเวสสันดรถวายบุตรเป็นทาน ไม่ได้ดูเป็นการใจร้ายไปหน่อยหรือ

จริงๆแล้ว อันนี้เป็นคำถามคลาสสิคอันหนึ่งเลยทีเดียว และคำตอบที่มักจะได้รับก็จะเป็น ท่านบริจาคบุตรเป็นทาน เพื่อสั่งสมบารมีเป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงคุณาประโยชน์สูงสุดต่อสัตว์ในสังสารวัฎ บ้างก็ว่าอย่าเอาเราไปเทียบกับวิสัยพระโพธิสัตว์

ผมเคยค้นคว้าเล่นๆ แล้วเจอคำอธิบายมาแบบหนึ่งครับ ลองอ่านกันดูนะครับ

ปล. คำอธิบายนี้เป็นเพียงข้อสมมุติฐาน ไม่ได้หมายความว่า ผมมีความเข้าในใจพระปัญญาญาณของพระองค์ อ่านแ้ล้วอย่าพึ่งเชื่อ ไปลองค้นคว้าดูเพิ่มเิติมอีกนะครับ

…………..

ตอนชูชกมาขอพระกุมารและพระกุมารี (กัณหา&ชาลี) จากพระเวสันดรนั้น พระเวสสันดรได้ตั้งค่าตัวของ กัณหา&ชาลี ไว้สำหรับไถ่ตัวทั้งสองพระองค์ดังนี้ครับ
– ชาลี (ลูกชาย) = พันตำลึงทอง
– กัณหา (ลูกสาว) = ทาส ทาสี ช้าง ม้า โคนม สิ่งละร้อย กับทองคำอีกร้อยตำลึง

ปล. เรื่องค่าไถ่ของท่านทั้งสองนี้ ค้นมาจากหลายที่ พบว่าเขียนไม่ตรงกัน (ผมไม่ได้ไปค้นตำราที่บ้านนะครับ ใช้googleเอา) แต่ที่แน่ๆคือ ค่าไถ่ของกัณหาแพงกว่าชาลีหลายเท่านัก

เรื่องค่าไถ่ของทั้งสองพระองค์นี้ มีคำอธิบายที่เราคุ้นกันทั่วไปว่า ตั้งแพงๆ เพื่อที่จะให้คนมาไถ่เป็นคนมีฐานะ ทั้งสองพระองค์จะได้ไปอยู่สบายไม่ลำบาก

แต่ใครเล่าจะยอมจ่ายเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้น เพื่อเด็กน้อยสองคน
พระเวสสันดรท่านตั้งราคาไว้มหาศาลขนาดนี้ เพราะท่านทราบว่า จะต้องมีคนยอมจ่ายแน่นอนครับ!!!!!

ราคาที่ท่านตั้งนี้แพงมาก และน่าจะมากเกินกว่าที่คนรวยๆทั่วๆไปจะยอมจ่ายเพียงเพราะสงสารเด็ก
ผู้ที่จะจ่ายมีครับ คือปู่และย่า ของท่านทั้งสองที่เป็นกษัตริย์ หรือคือ พระเจ้าสัญชัยนั่นเองครับ
ท่านทั้งสองเมื่อทราบ ย่อมต้องรีบไปไถ่หลานสองกลับมาทันทีแน่นอน
พระกัณหากับพระชาลีก็จะได้กลับไปอยู่ในวังดังเดิม ไม่ต้องลำบากอยู่ในป่ากับพระเวสสันดร

และด้วยสมบัติมหาศาลขนาดนี้ เทียบกับเด็กน้อยสองคน ชูชกจะเลือกอะไร?
ตอบเเบบไม่ต้องคิดได้เลยครับ ว่าเอาเด็กไปแลกค่าไถ่แน่นอน
แล้วไปแลกค่าไถ่กับใคร ถ้าไม่ใช่กษัตริย์ ผู้เป็นปู่ย่า ผู้ซึ่งมั่นใจได้ว่าต้องไถ่แน่นอน
(ตามเรื่องเล่า เล่าว่า ชูชกเดินหลงทางไปผ่านหน้าวัง)

เราจะเป็นได้ว่า การกระทำของพระเวสสันดรนี้ หวังผลได้ถึงสองอย่างคือ
1. ท่านบริจาคบุตรีเป็นมหาทานเพื่อสั่งสมพระบารมี
2. สองพระกุมารจะได้กลับไปอยู่ในวังดังเดิม อย่างแน่นอน

ถ้าจะเป็นพูดเป็นภาษาชาวบ้านนะครับ การกระทำของพระเวสสันดรนี้ เป็นหมากที่เหนือขั้นมาก

แต่ถึงอย่างนี้ก็ตาม แม้จะเป็นการกระทำที่หวังผลได้ว่าลุกทั้งสองของท่านจะสบาย
แต่การ ตัดสินใจบริจาคลูกของพระองค์ต้องอาศัยกำลังใจที่เหนือธรรมดามากครับ
คนธรรมดา ถ้ามีใครมาขอลูกไปเป็นทาสแบบฟรีๆ คงต้องมีเรื่องกันไปข้างนึงแน่นอนครับ

…………..

ใหนๆก็เล่ามายาวแล้ว ขอเสริมอีกนิดครับ

พระนางมัทรีหลังจากบุตรทั้งสองหายไป ท่านก็ไปตามหาทั่วป่าและร้องไห้จนสลบไป
ที่ท่านไปตามหาและร้องไห้ เพราะ ท่านคิดว่าลูกหาย และ พอถามพระเวสสันดร พระเวสสันดรท่านก้ไม่ตอบ

แต่พอท่านฟื้นขึ้นมา และ พระวัสสันดร เล่าความจริงให้ฟัง ว่าได้บริจากบุตรเป็นทานไปแล้ว
พระนางก็ไม่ได้โกรธเคืองพระเวสสันดรเลย ซ้ำกลับอนุโมทนากับพระเวสสันดรด้วย

นี่แสดงให้เห็นถึงจิตใจอันยิ่งใหญ่ของพระนาง ผู้ซึ่งสั่งสมบารมีมากับพระเวสสันดรนับชาติไม่ถ้วน

ทีนี้อาสน์พระอินทร์ก็ร้อนขึ้นมาสิครับ เพราะว่าเดี๋ยวพระเวสสันดรท่านต้องบริจากภรรยาแน่ แต่ว่าไม่ใครแล้วในโลกที่บารมีจะคู่กับพระทางมัทรีได้

พระอินทร์เลยปลอมตัวเป็นพราหม์แก่ มาขอ พระนางมันทรี
ซืึ่งพระเวสสันดรก็ยกให้ ส่วนพระนางมันทรีก็ยินยอมพร้อมใจ เป็นทานเพื่อนให้พระเวสสันดรได้สั่งสมพระบารมี

พอได้รับพระนางมัทรีมาแล้ว พระอินทร์ท่านก็คืนร่างเดิม แล้วบอกว่า ตอนนี้พระนางมันทรีเป็นของพระอินทร์แล้ว ไม่ใช่ของพระเวสสันดรอีกต่อไป แต่ยกคืนให้พระเวสสันดร พร้อมทั้งบอกว่า ห้ามยกพระนางมันทรีให้ใครอีก เพราะพระมันทรีได้ถูกถือว่าเป็นของพระอินทร์แล้ว

ถ้าจะให้พูดแบบชาวบ้านอีก ผมก็อยากจะบอกว่า พระอินทร์ท่านเดินหมากได้เหนือชั้นมากเหมือนกัน

 
 

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: