RSS

เหตุใดพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระสมณโคดม และ ลำดับพระวงศ์

29 Nov

ผมสงสัยมาพักใหญ่ๆแล้วครับ ว่าทำไมพระพุทธเจ้าของเรา ทรงพระนามว่า พระสมณโคดม หรือ พระโคดมพระพุทธเจ้า ทุกครั้งในอดีตชาติของพระองค์ ท่านก็จะได้รับพุทธทำนายว่า ในอนาคตอันแสนไกลท่นจะได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้านามว่าโคดม

ทำไมทรงพระนามว่าโคดม????

เมื่อคืนเลยตัดสินใจลองค้นดูครับ ได้คำตอบง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ

พระพุทธเจ้าท่าน กำเนิดอยู่ใน ศากยวงศ์ โคตมโคตร
แล้วทีนี้ ศากยวงศ์ โคตมโคตร แปลว่าอะไร?

จากทีผมค้นมานะครับ อาจมีผิด!!!!!!!!!!! อย่าพึ่งเชื่อ

ว่ากันว่าครับ พระพุทธเจ้าของเรา สืบเชื้อสายมาจากฤาษีโบราณท่านหนึ่งที่ชือว่า “โคตมะ”
ที่นี้ฤาษีท่านนี้ มีลูกหลานเยอะ แตกออกเป็นหลายสาย สายที่พระพุทธเจ้าเราท่านอยู่เรียกว่า “ศากยวงศ์” ครับ

ถ้าจะพูดให้ง่าย เราอาจจะพอกล่าวได้ว่าพระุพุทธเจ้าของเรา นามสกุล”โคดม”
และท่านทรงอยู่ในสายที่เรียกว่า“ศากยวงศ์”

ส่วนพระนางพิมพา ก็เป็นอีกสายหนึ่งที่ชื่อว่า “โกลิยวงศ์” ครับ

………………

ที่นี้ ผมมีคำถามเก่าตามมาอีก คือ พระพุทธเจ้าของเรา ท่านทรงเป็น ลูกพี่ลูกน้อง(ขอใช้ภาษาชาวบ้านนะครับ)กับ พระอานนท์ พระนันทะ พระอนุรุทธ พระเจ้ามหานามะ

แต่ว่า สายสัมพันธ์เป็นแบบใหน
พอดีค้นไปค้นมาก็เจอคำตอบ ตามลิ้งด้านล่างนี้ครับ

………………

บทที่ 2 สักกชนบท ศากยวงศ์ โกลิยวงศ์

http://www.oknation.net/blog/sodaaban/2008/07/20/entry-1

หนึ่ง – ตำนานศากยวงศ์
มีตำนานเล่าเรื่องย่อว่า พระเจ้าโอกกากราชครองราชสมบัติใน
พระนครแห่งหนึ่งไม่ไกลจากสักกชนบท มีพระมเหสี ๕ องค์
พระนางหัตถา ซึ่งเป็นอัครมเหสีนั้น ทรงเป็นพระภคินี(น้องสาว)
ของพระโอกกากราช มีพระโอรสธิดาด้วยกัน ๙ พระองค์ คือ
พระโอรส ๔ พระองค์ พระธิดา ๕ พระองค์

ครั้นพระอัครมเหสีสวรรคตแล้ว พระเจ้าโอกกากราชได้ทรงแต่ง
ตั้งพระอัครมเหสีองค์ใหม่ที่ทรงพระสิริโฉมและเยาว์วัย กระทั่งมี
พระราชโอรส ทำให้พระเจ้าโอกกากราชยิ่งโปรดอัครมเหสีมาก
ถึงกับตรัสว่ายินดีให้ทุกอย่างที่พระนางทูลขอ พระอัครมเหสีจึง
ปรึกษากับพระญาติทูลขอพระราชสมบัติให้กับพระโอรส ครั้งแรก
ไม่พอพระทัยที่อัครมเหสีรังแกพระโอรสธิดาทั้ง ๙ พระองค์ที่
ประสูติแต่พระมเหสีองค์เก่า ได้ตรัสห้าม แต่พระนางไม่ยินยอม
ทูลอ้อนวอนร้องขอ พระองค์ทรงกลัวจะเสียสัตย์ จึงตัดสินใจ
พระราชทานสมบัติให้แก่ พระราชองค์เล็กนั้น

สอง – สักกชนบท
พระเจ้าโอกกากราชทรงมีพระราชดำรัสให้พระราชโอรสธิดาทั้ง
๙ พระองค์ ออกไปสร้างเมืองอยู่ใหม่ และทรงอนุญาตให้นำช้าง
ม้า วัว ควาย โดยมีอำมาตย์ ๘ คนตามเสด็จไปด้วย ชาวเมืองที่
จงรักภักดีตามเสด็จไปด้วยมากมาย

เมืองใหม่นี้อยู่ทางทิศเหนือของเมืองพระบิดา อยู่ในดินแดน
หิมพานต์ ซึ่งมีฤาษีตนหนึ่งชื่อกบิลดาบสตั้งอาศรมอยู่ในดงไม้
สักกะ เมืองที่สร้างใหม่จึงได้ชื่อว่า แคว้นสักกะ มีเมืองหลวงชื่อ
กบิลพัสดุ์ ตามชื่อฤาษี

อำมาตย์ทั้ง ๘ คน ได้ปรึกษาหารือเรื่องการอภิเษกสมรส ก็ไม่เห็น
ผู้ใดคู่ควร เหล่าพระโอรสจึงตัดสินพระทัยอภิเษกสมรสกันเองใน
หมู่พี่น้อง ยกเว้นพระภคินีองค์โต ให้อยู่ในฐานะพระมารดา

เมื่อพระเจ้าโอกกากราชทราบว่าเหล่าพระราชโอรสธิดาได้สร้างเมือง
ใหม่ขึ้นแล้วก็ทรงยินดีพระทัยถึงกับตรัสสรรเสริญว่าเป็นผู้สามารถ
และอาจหาญ ตั้งแต่นั้นมาพระโอรสและพระธิดาก็ถูกเรียกว่า
“พวกศากยะ” และนี่คือต้นกำเนิดของ ศากยวงศ์

ต่อมาภายหลังพระภคินีองค์โตประชวรเป็นโรคเรื้อน ทำให้บรรดา
พระภาดา(น้องชาย) หาที่อยู่ใหม่ให้ โดยขุดหลุมขนาดใหญ่ มี
อาหารเตรียมไว้ให้พร้อม ปูไม้กระดานปิดปากหลุมไว้ ใกล้หลุม
ขุดสระน้ำไว้ใกล้ ๆ ไม่มีใครกล้าไปติดต่ออีก

สาม – ตำนานโกลิยวงศ์
ในระยะเวลาใกล้กันที่เมืองพาราณสี ก็มีเรื่องพระเจ้ารามพระราชา
แห่งเมืองพาราณสีทรงประชวรด้วยโรคเรื้อน พระองคืถูกนางสนม
และนางระบำในราชสำนักแสดงความรังเกียจ จึงตัดสินใจยก
พระราชสมบัติให้พระราชโอรสองค์โต แล้วเสด็จหนีออกไปอยู่ป่า
ตามลำพัง เก็บผลไม้และรากไม้ในป่าเป็นอาหารประทังชีวิต ไม่
นานก็หายจากโรคร้าย

พระองค์เสด็จระเหเร่รอนไปในป่า จนไปพบต้นโกละ(กระเบา)
ใหญ่ต้นหนึ่ง มีโพรงกว้าง จึงได้อาศัยอยู่ โดยทำบันไดขึ้น เวลา
กลางคืนก็ก่อไฟไว้ที่โคนต้นไม้

มีครั้งหนึ่งพระองค์ได้เสียงผู้หญิงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวจึง
เดินตามไปทางต้นเสียง จนเห็นรอยเท้าเสือคุ้ยดินใกล้ไม้กระดาน
บนปากหลุม มองลงไปในหลุมจึงได้เห็นพระธิดาคนโตของพระเจ้า
โอกกากราช จึงได้เข้าช่วยเหลือและช่วยรักษาจนหายจากโรคเรื้อน

ต่อมาพระโอรสองค์โตของพระเจ้าราม ได้ทราบข่าวพระบิดาหาย
ประชวร จึงไปอัญเชิญให้พระองค์กลับเมือง แต่พระเจ้าทรงปฏิเสธ
โดยขอให้พระโอรสของพระองค์นำเอาต้นโกละที่ประทับอยู่ มา
สร้างเมืองให้พระองค์อยู่กับครอบครัวใหม่

พระเจ้าพาราณสีทรงทำตามที่พระบิดาขอร้อง เมื่อสร้างเมืองใหม่
เสร็จแล้วก็ตั้งชื่อเมืองนั้นว่า เมืองโกละ ต่อมาเมืองโกละ เปลี่ยนชื่อ
เป็นเมือง เทวทหะ ส่วนคำว่าโกละ ได้กลายมาเป็นชื่อวงศ์ตระกูล
คือ โกลิยวงศ์

พระเชฏฐภคินี ที่ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้ากรุงเทวทหะ ซึ่งจัด
เป็นต้นวงศ์ โกลิยะ นั้น ทำให้สองตระกูลนี้ผูกสัมพันธ์กันในระยะ
ต่อมา เริ่มด้วยพระโอรสของ โกลิวงศ์ ไปขอความรักจากเจ้าหญิง
วงศ์ศากยะ ฝ่ายหญิงไม่ปฏิเสธ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายก็อภิเษกสมรส
ด้วยประเพณีง่าย ๆ แล้วพัฒนาขึ้นไปจนมีพิธีรีตองเต็มยศในระยะ
ต่อมา

สี่ – ศากยวงศ์ กับ โกลิยวงศ์ สืบเชื้อสายลงมาโดยลำดับ เท่าที่ปรากฏอยู่ มีดังนี้

หมายเหตุ

ผมพยายามค้นดูใน พระไตรปิฏกและอรรถกถา ผมยังไม่พบ รายพระนามด้านล่างนี้อย่างครบถ้วนทุกพระองค์ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่า ถูกต้อง 100%

ดังนั้นก็อ่านพอเป็นความรู้ได้ แต่อย่าอ้างอิงอะไรนะครับ อาจจะผิด (แต่ก็อาจเป็นเพราะผมค้นคว้าไม่ดีเองก็ได้ ^ ^”)

ศากยวงศ์
พระเจ้าชัยเสนะ ไม่ปรากฏพระนาม
มีพระราชบุตรและพระราชบุตรีรวม ๒ พระองค์
๑) พระเจ้าสีหหนุ (+ พระนางเจ้ากัญจนา)
๒) พระนางเจ้ายโสธรา ( + พระเจ้าอัญชนะ)

โกลิยวงศ์
คือ พระเจ้าในโกลิยวงศ์ ไม่ปรากฏพระนาม
มีพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๒ พระองค์ คือ
๑) พระเจ้าอัญชนะ
๒) พระนางเจ้ากัญจนา

ศากยวงศ์
พระเจ้าสีหหนุกับพระนางเจ้ากัญจนา
มีพระราชบุตรและพระราชบุตรีรวม ๗ พระองค์คือ
๑) พระเจ้าสุทโธทนะ (+ พระนางเจ้ามายาเทวี)
๒) เจ้าชายสุกโกทนะ
๓) เจ้าชายอมิโตทนะ
๔) เจ้าชายโธโตทนะ
๕) เจ้าชายฆนิโตทนะ
๖) เจ้าหญิงปมิตา
๗) พระนางเจ้าอมิตา (+ พระเจ้า สุปปพุทธะ)

โกลิยวงศ์
พระเจ้าอัญชนะกับพระนางเจ้ายโสธรา
มีพระราชบุตร และพระราชบุตรี รวม ๔ พระองค์ คือ
๑) พระเจ้าสุปปพุทธะ (+ พระนางเจ้าอมิตา)
๒) เจ้าชายฑัณฑปาณิ
๓) พระนางเจ้ามายาเทวี (+ พระเจ้าสุทโธทนะ)
๔) พระนางเจ้าปชาบดี (โคตมี)

ศากยวงศ์
พระเจ้าสุทโธทนะ มีพระราชบุตรและพระราชบุตรี
๓ พระองค์ ประสูติแต่พระนางเจ้ามายาเทวี
๑ พระองค์ คือ พระสิทธัตถกุมาร
และประสูติแต่พระนางเจ้าปชาบดีอีก ๒ พระองค์คือ
๑) พระนันทะ
๒) พระนางรูปนันทา

โกลิยวงศ์
พระเจ้าสุปปพุทธะ กับ พระนางเจ้าอมิตา
มีพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๒ พระองค์ คือ
๑) พระเทวทัต
๒) พระนางพิมพา หรือ ยโสธรา

ศากยวงศ์
เจ้าชายสุกโกทนะ กับ นางกีสาโคตมี
มีพระโอรส ๑ พระองค์ คือ พระอานนท์

เจ้าชายอมิโตทนะ
มีพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๓ พระองค์ คือ
๑) พระเจ้ามหานามะ
๒) พระอนุรุทธะ
๓) พระนางโรหิณี

พระสิทธัตถะ กับ พระนางพิมพา
มีพระราชโอรส ๑ พระองค์ คือ ราหุล

พระเจ้ามหานามะ กับ นางทาสี
มีพระธิดา ๑ พระองค์ คือ พระนางวาสภขัตติยา

พระนางวาสภขัตติยาได้เป็นพระอัครมเหสีของ
พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้พระโอรส ชื่อ
“พระเจ้าวิฑูฑภะ”

ชนะ เวชกุล (คุณากร 0017)

เอกสารประกอบการเรียบเรียง
วิชาพุทธประวัติฉบับมาตรฐาน รวบรวมโดยคณาจารย์สำนักพิมพ์
เลี่ยงเชียง พ.ศ. ๒๕๔๗ และ
“มาลัย” คอลัมน์ “ณ ที่นี้มีตำนาน” นิตยสาร กุลสตรี
ฉบับที่ 819 – 822.

*******************************************************

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ลำดับพระวงศ์ของพระพุทธเจ้า

[ภาพที่ 8] พระบิดาทรงอภิเษกสมรส พระสิทธัตถะ กับ พระนางพิมพายโสธร

Advertisements
 
7 Comments

Posted by on November 29, 2009 in ธรรมะ

 

Tags: , , , ,

7 responses to “เหตุใดพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระสมณโคดม และ ลำดับพระวงศ์

  1. ธนภูมิ

    June 12, 2011 at 00:16

    อืม แล้วเกี่ยวกับอะไรที่ อืมมมมม ขอเล่าย้อนความสั้นที่ว่า ตอนกำเนิดโลกในกัปนี้ มีแม่กาสองตัวไข่แล้วไข่ก็หายไป ไข่ทั้งห้าใบนั้นคือพระโพธิสัตว์ที่จะมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า ไข่ใบแรก ไก่เก็บได้ ใบสองนาคเก็บไป ส่วนใบเต่าเก็บไป แล้วใบที่สี่เป็นโคเก็บไปได้ ส่วนใบสุดท้ายเป็นราชสีคเก็บไปได้ ครั้นเมื่อนก(จากไข่ทั้งห้าใบ) บำเพ็บเพียรจนรู้เรื่องราวและเดินทางไป ทางแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูเลยขอฝากชื่อไว้ตนไว้ เหมือนจะเป็นแบบนี้

    1. องค์ที่ ๑ มีพระนามว่า พระกกุสันโธ เพราะตามนามแม่เลี้ยงที่เป็นไก่
    2. องค์ที่ ๒ มีพระนามว่า พระโกนาคมโน เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นนาค
    3. องค์ที่ ๓ มีพระนามว่า พระกัสสโป เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นเต่า
    4. องค์ที่ ๔ มีพระนามว่า พระโคตโม เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นโค
    5. องค์ที่ ๕ มีพระนามว่า พระศรีอริยเมตไตรโย เพราะตามนามแม่เลี้ยงที่ เป็นราชสีห์

    อันนี้เค้ามั่วหรือป่าวครับ หรือว่ามีในพระไตรปิฏกจริงๆครับ

     
    • Trang Suwannasilp

      June 17, 2011 at 00:58

      เรื่องนี้เคยได้ยินเหมือนกันครับ แต่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีในพระไตรปิฏกมั้ย เพราะไม่เคยอ่านเจอเหมือนกันครับ
      แต่ผมเดาว่า คงเป็นเรื่องแต่งให้เราจำชื่อพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ได้ง่ายๆ เพราะอย่างเช่นว่า พระศรีอริยเมตตรัย มีนามตามแม่ที่เป็นราชสีห์ มันไม่ค่อยเกี่ยวกันอ่ะครับ

      แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องจริงๆก็ได้นะครับ

       
  2. Anonymous

    February 28, 2013 at 08:03

    กัสสปะโคตร วิริยาธิกะ. โกญฑัญญะโคตร ศรัทธาทิกะ. โคตมโคตร ปัญญาธิกะ.

     
  3. รับสร้างเพจ

    October 11, 2015 at 06:10

    I know this web site presents quality dependent posts and extra data, is there any other web page which provides these information in quality?

     
  4. การทำแฟนเพจ

    October 11, 2015 at 21:47

    Spot on with this write-up, I seriously think this web
    site needs far more attention. I’ll probably be returning to read more, thanks for the information!

     
  5. คิ้วสามมิติที่ไหนดี

    October 13, 2015 at 11:08

    We absolutely love your blog and find many of your post’s to be just what I’m looking for.
    Would you offer guest writers to write content
    for yourself? I wouldn’t mind creating a post or elaborating on a number of the subjects you
    write related to here. Again, awesome website!

     
  6. ลงโฆษณา adWords

    October 13, 2015 at 16:23

    I do believe all of the ideas you have introduced in your post.
    They are really convincing and can certainly work. Nonetheless, the posts are too
    quick for starters. May you please lengthen them a little from next time?
    Thanks for the post.

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: