RSS

[ภาพที่ ๑๕] พระยามารห้ามบรรพชา ว่าอีก ๗ วัน จะได้เสวยสมบัติบรมจักร แต่ไม่ทรงฟัง

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จทรงม้าพระที่นั่งผ่านประตูเมืองออกมาในเวลาราตรีที่มีแสงจันทร์กระจ่าง ก็มีเสียงคล้ายเสียงดนตรีขึ้นที่ข้างประตูนอกเมือง เสียงนั้นร้องห้ามเจ้าชายมิให้เสด็จออกบวช

เจ้าชายสิทธัตถะ ” ท่านนี้มีนามชื่อใด”
เจ้าของเสียง “เราชื่อวัสสวดีมาร”
พระยามารแจ้งข่าวให้เจ้าชายทรงทราบว่า อีกเจ็ดวันในเบื้องหน้า นับแต่วันนี้เป็นต้นไป จักรแก้วจักเกิดขึ้น ผู้จะได้เป็นเจ้าของจักรแก้วนั้น คือ เจ้าชาย จักรแก้วตามความหมายของพระยามารในที่นี้คือ ความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
เจ้าชาย ” เรื่องนี้เราทราบแล้ว”
พระยามาร “ถ้าเช่นนั้น ท่านจะเสด็จออกบวช เพื่อประโยชน์อันใด ”
เจ้าชาย “เพื่อสัพพัญญูตญาณ”

สัพพัญญุตญาณ ตามความหมายในพระดำรัสของเจ้าชาย คือ ความได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ความที่บรรยายมาทั้งหมดนั้น บรรยายตามความในวรรณคดีที่กวีท่านแต่งไว้ในปฐมสมโพธิ และที่พระพุทธโฆษาจารย์รจนาไว้ในอรรถกถาธรรมบท โดยท่านสาธกให้เห็นเป็นปุคคลาธิษฐาน

ปุคคลาธิษฐาน คือ การแปลสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา หรือสัมผัสไม่ได้ด้วยประสาททั้ง ๕
ที่เรียกว่า “นามธรรม” แปลออกมาให้เห็นเป็นฉาก เป็นบุคคลซึ่งเป็นตัวแสดงในเรื่อง เหมือนนักเขียนนวนิยายที่ถ่ายทอดตความรู้สึกออกมาทางตัวละคร ถ้าไม่สาธกอย่างนี้ คนจะไม่เข้าใจ และท้องเรื่องก็จะจืด ความในวรรณคดีที่เป็น

ปุคคลาธิษฐานดังกล่าวข้างต้นนั้น เนื้อแท้ก็คือ พอเสด็จออกพ้นประตูเมือง เจ้าชายสิทธัตถะซึ่งทรงอยู่ในภาวะปุถุชน แม้พระทัยหนึ่งจะทรงปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้า แต่อีกพระทัยหนึ่งก็ยังทรงห่วงบ้านเมือง ความที่ทรงห่วงนี้ กวีท่านจำลองออกมาในรูปของพระยามารผู้ขัดขวาง แต่แล้วเจ้าชายก็ทรงเอาชนะเสียได้ จะเรียกว่า ชนะพระยามาร หรือ ชนะความห่วงที่เป็นข้าศึกในพระทัยนั้นก็ได้ทั้งนั้น

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: