RSS

[ภาพที่ ๒๘] เสด็จประทับโคนต้นไทร สามธิดามาร มาประโลมล่อให้หลง ก็ไม่ทรงยินดี

ตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุติสุข อยู่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นเวลา ๗ วัน คำว่า “เสวยวิมุติสุข” เป็นภาษาที่ใช้สำหรับท่านผู้ทรงหลุดพ้นแล้ว เทียบกับภาษาสามัญชนคนมีกิเลสคือ พักผ่อนภายหลังจากตรากตรำงานมานั่นเอง

หลังจากนั้นจึงเสด็จไปยังต้นอัชปาลนิโครธ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต้นนิโครธ คือ ต้นไทร ส่วนคำนำหน้า “อชปาล” แปลว่า เป็นที่เลี้ยงแพะ ตามตำนานบอกว่า ที่ใต้ต้นไทรแห่งนี้เคยเป็นที่อาศัยของคนเลี้ยงแพะมานาน คนเลี้ยงแพะที่ตำบลแห่งนี้ได้เข้ามาอาศัยร่มเงาของต้นไทรเป็นที่เลี้ยงแพะเสมอมา

ระหว่างที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นี่ นักแต่งเรื่องในยุคอรรถกถาจารย์ ยุคนี้เกิดขึ้นภายหลังพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้วหลายร้อยปี ได้แต่งเรื่องขึ้นเฉลิมพระเกียรติของพระพุทธเจ้าว่า ลูกสาวพระยามารซึ่งเคยยกทิพมาผจญพระพุทธเจ้าเมื่อตอน ก่อนตรัสรู้เล็กน้อยแต่ก็พ่ายแพ้ไป ได้ขันอาสาพระยามารผู้บิดา เพื่อประโลมล่อพระพุทธเจ้าให้ตกอยู่ในอำนาจของพระยามารให้จงได้ ลูกสาวพระยามารมี ๓ คน คือ นางตัณหา นางราคา และนางอรดี

ทั้งสามนางเข้าไปประเล้าประโลมพระพุทธเจ้าด้วยกลวิธีทางกามารมณ์ต่าง ๆ เช่น เปลื้องภูษาอาภรณ์ทรงออก แปลงร่างเป็นสาวแรกรุ่นบ้าง เป็นสาวใหญ่บ้าง เป็นสตรีในวัยต่าง ๆ บ้าง แต่พระพุทธเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์สิ้นเชิงแล้ว ไม่ทรงแสดงพระอาการผิดปกติแม้แต่ลืมพระเนตรแลมอง
เรื่องธิดาพระยามารประโลมพระพุทธเจ้า ก็เป็นเรื่องปุคคลาธิษฐาน ถอดความได้ว่า ทั้งสามธิดาพระยามารนั้น ล้วนหมายถึงกิเลสทั้งนั้น อย่างหนึ่งคือความยินดี อีกอย่างหนึ่งคือความยินร้าย หรือความเกลียดชัง ความยินดีส่วนหนึ่งแยกออกมาเป็นตัณหา คือความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด อีกส่วนหนึ่งเป็นราคา หรือ ราคะ คือความใคร่หรือกำหนัด ความเกลียดชังหรือยินร้ายออกมาในรูปของอรดี อรดีในที่นี้คือ ความริษยา

ความที่ว่าพระพุทธเจ้าไม่ทรงแสดงพระอาการผิดปกติ แม้แต่ทรงลืมพระเนตรนั้น ก็หมายถึงว่า พระพุทธเจ้าทรงอยู่ห่างไกลจากกิเลสดังกล่าวแล้วโดยสิ้นเชิงนั่นเอง

***************************************************************************

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พระพุทธเจ้าใช้เวลาเดินทางกี่วันหลังจากตรัสรู้ เพื่อไปโปรดปัญจวัคคีย์?

Advertisements
 

One response to “[ภาพที่ ๒๘] เสด็จประทับโคนต้นไทร สามธิดามาร มาประโลมล่อให้หลง ก็ไม่ทรงยินดี

  1. DrRonEnv

    May 24, 2013 at 01:21

    พอผม Review ดู ทำให้รู้ว่า เหตุการณ์เรื่อง มาร และ ลูกสาว ดังภาพนี้ เกิดขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ไปได้แล้ว 1 ปี ไม่ใช่เกิดตอนที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุข (ส่วนมารที่ว่านี้ คาดว่าจะเป็น คนละตัวกับ พญาวัสสวตีมาร ที่มาขัดขวางตอนตรัสรู้)

    ซึ่งพอ 1 ปีให้หลังจากวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็ทรงกลับมารำลึกความหลัง ที่ต้น อชปาลนิโครธ (ต้นไทรซึ่งเป็นที่เลี้ยงแพะ/แกะ) ริมฝั่งแม่น้ำ เนรัญชรา ณ ตำบลอุรุเวลา ฯ อีกครั้ง และก็มีมารผู้มีบาปตนหนึ่ง ที่เฝ้าหาโอกาสจะเข้ามาใกล้ๆ เพื่อก่อกวน มารตนนี้จ้องหาโอกาสมา ตั้งแต่ สมัยที่พระพุทธเจ้ายังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะที่พึ่งจะออกบวชจนกระทั่งตรัสรู้ (ใช้เวลา 6 ปี) ก็ยังไม่มีโอกาส ต้องรอจังหวะอีกปีนึง จึงมีโอกาสเข้ามาหาพระพุทธเจ้า (รวมเวลาที่รอคอยโอกาสทั้งหมด 7 ปี) ซึ่งมารผู้มีบาปพยายามเข้ามาก่อกวนพระพุทธเจ้า แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นมารจึงเสียใจที่พระพุทธเจ้าพ้นไปจากอำนาจของตน มารจึงนั่งบนพื้นเอาไม้ขีดดินเล่น และลูกสาวมารมาเห็นเลยสงสาร และขออาสาไปทำให้พระพุทธเจ้ากลับมาอยู่ใต้อำนาจให้ได้ โดยใช้วิธีการต่างๆ เพื่อยั่วยุพระพุทธเจ้าให้ แต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายพระพุทธเจ้าก็ได้ขับนางเหล่านั้น ผู้มีรูปน่าทัศนายิ่ง ให้หนีไป เหมือนลมพัด ปุยนุ่น

    ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า เหตุการณ์นี้เกิดตอนที่พึ่งตรัสรู้ใหม่ๆ แต่เมื่อศึกษาข้อมูลจากในพระไตรปิฎกและอรรถกถา สัตตวัสสสูตร และ มารธีตุสูตร (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค) จึงพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไปแล้ว 1 ปี

    สัตตวัสสสูตร
    http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=15&A=3952&Z=4009&pagebreak=0

    มารธีตุสูตร
    http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=15&A=4010&Z=4136&pagebreak=0

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: